เกี่ยวกับเรา

   คณะกรรมการร่วมสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย เรียกย่อว่า กกร. ได้จัดตั้งขึ้นในปี 2520 โดยมติร่วมระหว่างสถาบันทั้ง 3 ซึ่งเป็นสถาบันหลักภาคเอกชนในการส่งเสริมการค้า การอุตสาหกรรม และการเงินของประเทศ โดยมีจุดมุ่งหมายให้เป็นศูนย์ร่วมความคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่เป็นเอกภาพของ ภาคธุรกิจเอกชน เกี่ยวกับแนวทางในการแก้ไขปัญหาทางการค้าและเศรษฐกิจ และนำเสนอต่อคณะกรรมการร่วมภาครัฐบาลและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) หรือเสนอต่อหน่วยงานราชการที่รับผิดชอบเกี่ยวกับปัญหานั้นๆโดยตรง เพื่อประกอบการพิจารณาในการวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจ หรือกำหนดเป็นนโยบาย หรือมาตรการในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของชาติ

    นับตั้งแต่ได้มีการรวมตัวกันของ 3 สถาบันภาคเอกชน เป็นคณะกรรมการร่วม (กกร.) ได้ทำหน้าที่เสนอข้อเท็จจริง ความคิดเห็น และข้อเสนอแนะต่อรัฐบาล ในการแก้ไขปัญหาที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาการค้า การอุตสาหกรรม และการเงินของประเทศ เป็นลำดับตลอดมา

    จากโครงสร้างการจัดตั้งและการดำเนินงานของแต่ละสถาบัน ซึ่งมีลักษณะเป็นแหล่งรวมความคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่ผ่านองค์กรหรือหน่วย งานที่เกี่ยวข้องพิจารณากลั่นกรองกันมาเป็นทอดๆ ตามลำดับสายสัมพันธ์และสายการดำเนินงาน สู่การพิจารณาของแต่ละสถาบัน จนได้เป็นข้อยุติที่จะนำมาพิจารณาหาจุดยืนที่มีเอกภาพร่วมกันของคณะกรรมการ ร่วมฯ (กกร.) อีกครั้ง เป็นขั้นตอนลำดับท้ายสุดนั้น ปัญหาทุกปัญหาจะได้รับการพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยคำนึงถึงผลได้ผลเสียต่อระบบธุรกิจส่วนใหญ่และผลประโยชน์ส่วนรวมของประเทศ ชาติเป็นหลัก จึงทำให้ข้อเสนอแนะและความคิดเห็นของภาคธุรกิจเอกชนมีความสำคัญและมีพลังพอ เพียงที่จะได้รับการพิจารณาจากภาครัฐด้วยดี ดังจะเห็นได้จากการที่ภาครัฐได้พิจารณาแก้ไขปัญหาต่างๆ ตามแนวข้อเสนอแนะของ 3 สถาบันภาคเอกชนไปแล้วเป็นจำนวนมากมาย ซึ่งส่งผลให้การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยในระยะเวลาที่ผ่านมา มีอัตราความเจริญเติบโตสูงขึ้นเป็นลำดับอย่างรวดเร็ว


    นอกจากจะได้ทำหน้าที่เสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหาที่มีเอกภาพและมีความสำคัญต่อ รัฐบาลแล้ว คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน ยังมีการพิจารณาจุดยืนร่วมกันในประเด็นปัญหาต่างๆ ที่จะมีการหยิบยกขึ้นพิจารณาในการประชุมร่วมกับองค์การหรือสถาบันทาง เศรษฐกิจของประเทศต่างๆ ทั้งในระดับประเทศและระดับภูมิภาค ซึ่งมีความจำเป็นต้องมีเอกภาพในหลักการและ เหตุผล รวมทั้งวิธีการในการเสนอความคิดเห็น ข้อเสนอหรือข้อต่อรองในการประชุมเจรจา เพื่อรักษา ผลประโยชน์ของฝ่ายไทยไว้ให้มากที่สุด

    คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) มีความเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าการร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดและอย่างจริงจัง ระหว่างภาครัฐบาลและภาคเอกชนในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจของชาติ จะทำให้เกิดความเจริญก้าวหน้าและเพิ่มพูนความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศไทย ได้ตลอดไป

วัตถุประสงค์ และหน้าที่ของคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.)

วัตถุประสงค์ในการจัดตั้ง
1. เพื่อให้เป็นแกนกลางประสานความร่วมมือกันระหว่างสถาบันทางเศรษฐกิจภาคเอกชน กับหน่วยงานต่างๆ ของภาครัฐบาล ในการแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ
2. เป็นศูนย์รวมการพิจารณาปัญหาทางธุรกิจทุกสาขา
3. เป็นตัวแทนภาคเอกชนในการเสนอข้อเท็จจริง ความคิดเห็น และข้อเสนอแนะที่เป็นเอกภาพในการแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจต่อรัฐบาล
4. เป็นตัวแทนภาคเอกชนในการประชุมเจรจาปัญหาทางการค้าและเศรษฐกิจ และการร่วมมือกันทางการค้าและเศรษฐกิจกับองค์การต่างประเทศ ทั้งในระดับประเทศและในระดับภูมิภาค

หน้าที่

1. ติดต่อประสานงานกับหน่วยงานภาคเศรษฐกิจของรัฐบาล
2. ประสานงานระหว่างสถาบันภาคเอกชน เพื่อให้การดำเนินธุรกิจมีความสอดคล้องกับกฎระเบียบ และแนวนโยบายของรัฐบาล
3. พิจารณาข้อยุติปัญหาและอุปสรรคในการประกอบธุรกิจของภาคเอกชโดยคำนึงผล ประโยชน์ส่วนรวมของประเทศเป็นสำคัญ และจัดทำเป็นข้อเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหานั้นๆ ต่อภาครัฐบาล
4. แต่งตั้งผู้แทนเข้าร่วมประชุมในคณะกรรมการร่วมภาครัฐบาลและเอกชนเพื่อแก้ไข ปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ในฐานะตัวแทนภาคธุรกิจเอกชน รวมทั้งการเข้าร่วมประชุมในคณะกรรมการอื่นๆของหน่วยงานราชการต่างๆตามความ เหมาะสมและความจำเป็น
5. พิจารณาปัญหาและจุดยืนของภาคเอกชนไทย เพื่อการเข้าร่วมประชุมเจรจาปัญหาการค้าและเศรษฐกิจกับองค์การต่างประเทศ ในฐานะตัวแทนภาคธุรกิจ เอกชนไทย
6. ให้ความร่วมมือกับภาครัฐบาลในการดำเนินงานเพื่อพัฒนาการค้าและเศรษฐกิจของประเทศ เมื่อได้รับการร้องขอตามความเหมาะสม

กิจกรรม
เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว กกร. จึงได้จัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดำเนินกิจกรรมด้านต่างๆ ดังนี้

• คณะกรรมการร่วม WTO
• สภาธุรกิจ ACMECS-ประเทศไทย
• สภาธุรกิจ IMT-GT (ประเทศไทย)
• คณะกรรมการอาเซียน
• คณะกรรมการพัฒนากฎหมาย
• คณะกรรมการบริหารโครงการตราสัญลักษณ์ Q-MARK
• คณะกรรมการร่วมด้านการค้าและเศรษฐกิจ ไทย-ญี่ปุ่น
• คณะกรรมการหอการค้านานาชาติ (ประเทศไทย)

    นอกจากนี้ กกร. ยังได้แต่งตั้งผู้แทนเข้าร่วมในองค์การหรือเวทีทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ต่างๆ เช่น หอการค้าและอุตสาหกรรมอาเซียน สภาที่ปรึกษาธุรกิจเอเปค สภาธุรกิจเอเชียตะวันออก Asia-Europe Business Forum, GMS Business Forum สภาธุรกิจ IMT-GT และสภาธุรกิจ ACMECS เป็นต้น
กกร. ให้ความร่วมมือกับ UN ESCAP ในการร่วมจัดประชุม Asia-Business Forum 2008 และเข้าร่วมในกิจกรรมอื่นๆของ ESCAP เพื่อขยายเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน
และเพื่อเป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ และการค้า ระดับทวิภาคีกับประเทศต่างๆ กกร. จึงได้จัดตั้งสภาธุรกิจขึ้นมา เช่น

• สภาธุรกิจ ไทย-จีน
• สภาธุรกิจ ไทย-ฮ่องกง
• สภาธุรกิจ ไทย-อินโดนีเซีย
• สภาธุรกิจ ไทย-นิวซีแลนด์
• สภาธุรกิจ ไทย-ออสเตรเลีย
• สภาธุรกิจ ไทย-สิงคโปร์
• สภาธุรกิจ ไทย-ฟิลิปปินส์
• สภาธุรกิจ ไทย-บังคลาเทศ
• สภาธุรกิจ ไทย-อิหร่าน
• สภาธุรกิจ ไทย-ปากีสถาน
• สภาธุรกิจ ไทย-มาเลเซีย
• สภาธุรกิจ ไทย-ลาว
• สภาธุรกิจ ไทย-อียิปต์
• สภาธุรกิจ ไทย-อินเดีย
• สภาธุรกิจ ไทย-รัสเซีย
• สภาธุรกิจ ไทย-โรมาเนีย
• สภาธุรกิจ ไทย-โมร็อคโค
• สภาธุรกิจ ไทย-เมียนมาร์
• สภาธุรกิจ ไทย-เวียดนาม
• สภาธุรกิจ ไทย-ตุรกี
• สภาธุรกิจ ไทย-กัมพูชา
• สภาธุรกิจ ไทย-ชิลี
• สภาธุรกิจ ไทย-สหภาพยุโรป