top of page

ธปท.ห่วง 'ประชานิยม' ฉุดเสถียภาพเศรษฐกิจ

ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยห่วงนโยบายหาเสียงประชานิยมกระทบเสถียรภาพเศรษฐกิจ ชี้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นไม่จำเป็นเพราะโดยรวมฟื้นตัวอยู่แล้ว แต่ควรเป็นนโยบายเชิงโครงสร้างพื้นฐานที่ทำให้เศรษฐกิจโตได้ในระยะยาว

ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ระบุ นโยบายประชานิยมที่พรรคการเมืองนำมาหาเสียง มองว่าขณะนี้การใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจอาจไม่จำเป็นกับสถานการณ์มากนัก ปัจจุบันภาพรวมเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องแล้ว เศรษฐกิจโตได้มากกว่า 3% ใกล้เคียงกับศักยภาพของเศรษฐกิจในระยะยาว


สถานการณ์ปัจจุบันไม่เหมือนกับช่วงเกิดโควิด การดำเนินนโยบายจึงควรเข้าสู่ภาวะปกติ โดยใช้นโยบายการคลังแบบค่อยเป็นค่อยไป รวมถึงการนโยบายใดที่จะสร้างพฤติกรรมทางการเงินที่มีความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจต้องระมัดระวัง เพราะเสถียรภาพเศรษฐกิจถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุด


ในภาพรวมการดำเนินนโยบายของประเทศไทย ในจังหวะนี้ต้องเน้นเรื่องเสถียรภาพมากกว่าเรื่องการกระตุ้น การที่จะออกมาตรการกระตุ้นตลอดเวลาเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม เพราะหากไม่สนใจเรื่องเสถียรภาพจะทำให้เกิดผลกระทบกับตลาด มาตรการการคลังต้องมีแต่ต้องเน้นการดูแลกลุ่มเปราะบาง เป็นการทำเฉพาะจุด แต่ปัญหาคือส่วนมากที่ออกมาเป็นมาตรการเหวี่ยงแห


เศรษฐกิจครึ่งปีหลังฟื้น-ท่องเที่ยวเครื่องยนต์หลัก

ทั้งนี้ ในระยะต่อไปเศรษฐกิจไทยยังฟื้นตัวต่อเนื่องโดยรวมเครื่องชี้เศรษฐกิจในครึ่งปีหลังดีกว่าครึ่งปีแรก โดยประมาณการว่าเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีแรกจะขยายตัว 2.9% ภาคส่งออกหดตัว 7.1% ก่อนจะกลับมาบวกในครึ่งปีหลัง ซึ่งคาดว่าจีดีพีจะโตที่ 4.3% แต่ยังกังวลปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ยังสูง โดยภาคธุรกิจท่องเที่ยวและการบริโภค จะยังเป็นเครื่องยนต์หลักในการพยุงเศรษฐกิจไทยปีนี้


อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว การจ้างงานกลับมา นักท่องเที่ยวกลับมา เงินเฟ้อกำลังปรับตัวลดลงเข้าสู่กรอบ 3% เสถียรภาพต่างประเทศ เงินทุนสำรองยังแข็งแกร่ง นักท่องเที่ยวปีนี้จะกลับมา 28-30 ล้านคน บวกกับการบริโภคที่ดีขึ้น โดยรวมจึงเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยปี 2566 จะเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง



ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ

ดู 10 ครั้ง0 ความคิดเห็น
bottom of page