top of page

ไทย-เอฟตา เจรจา FTA รอบ 3 คืบหน้าดี ตั้งเป้าสรุปผลปี’67

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เผยผลการประชุมเจรจา FTA ไทย-เอฟตา รอบ 3 คืบหน้าด้วยดี ตั้งเป้าสรุปผลการเจรจาภายในปี 2567


วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2566 นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเจรจาจัดทำความตกลงการค้าเสรี (FTA) กับสมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป (European Free Trade Association : EFTA) รอบที่ 3 ระหว่างวันที่ 24-27 มกราคมที่ผ่านมา ณ กรุงเทพฯ หลังจากที่ไทยและ EFTA (เอฟตา) ซึ่งประกอบด้วย สวิตเซอร์แลนด์ นอร์เวย์ ไอซ์แลนด์ และลิกเตนสไตน์ ได้เปิดการเจรจา FTA ในเดือนมิถุนายน 2565 และได้ประชุมไปแล้ว 2 รอบ เมื่อเดือนมิถุนายนและพฤศจิกายน 2565



การเจรจาครั้งนี้เป็นการหารือทั้งในระดับหัวหน้าคณะเจรจาและระดับกลุ่มย่อย โดยมีตนเป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทย และนายมาร์คัส เชอร์ลาเกนฮอฟ เอกอัครราชทูตผู้แทนสมาพันธรัฐสวิสด้านความตกลงการค้าและหัวหน้าฝ่ายการค้าโลกภายใต้คณะกรรมการกิจการเศรษฐกิจต่างประเทศ เป็นหัวหน้าคณะเจรจาฝ่าย EFTA สำหรับการหารือระดับกลุ่มย่อย ฝ่ายไทยมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงการคลัง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นต้น



โดยประเด็นสำคัญ 15 เรื่อง ได้แก่ การค้าสินค้า กฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า การอำนวยความสะดวกทางการค้าและพิธีการศุลกากร มาตรการเยียวยาทางการค้า มาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช มาตรการอุปสรรคเทคนิคต่อการค้า การค้าบริการ การลงทุน พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ทรัพย์สินทางปัญญา การแข่งขัน การจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐ การค้าและการพัฒนาที่ยั่งยืน ความร่วมมือด้านเทคนิคและการเสริมสร้างศักยภาพ และการระงับข้อพิพาท


“สำหรับการหารือครั้งนี้มีความคืบหน้าด้วยดี ทั้งสองฝ่ายตั้งเป้าจะสรุปผลการเจรจาภายในปี 2567 และวางแผนจะต้องประชุมทุก ๆ 2-3 เดือน เพื่อให้การเจรจามีความคืบหน้าบรรลุตามเป้าหมาย โดยในปีนี้จะมีการเจรจาอีก 4 รอบคือ เดือนเมษายน มิถุนายน กันยายน และพฤศจิกายน”



ทั้งนี้ ในปี 2565 การค้าระหว่างไทยและเอฟตา มีมูลค่า 11,579 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 54% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยไทยส่งออกไปเอฟตา มูลค่า 3,749 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 120% สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ อัญมณีและเครื่องประดับ นาฬิกาและส่วนประกอบ เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ เครื่องใช้สำหรับเดินทาง และเครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ และไทยนำเข้าจากเอฟตา มูลค่า 7,830 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 34%


สินค้านำเข้าสำคัญ ได้แก่ เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินแท่ง และทองคำ นาฬิกาและส่วนประกอบ เนื้อสัตว์สำหรับการบริโภค ปุ๋ย ยากำจัดศัตรูพืชและสัตว์ และผลิตภัณฑ์เวชกรรมและเภสัชกรรม


ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ

ดู 4 ครั้ง0 ความคิดเห็น
bottom of page