top of page

สภาธุรกิจไทย-กัมพูชา ผนึกกำลังภาคเอกชนไทย ขยายโอกาสการค้า การลงทุน

สภาธุรกิจไทย-กัมพูชา ผนึกกำลังภาคเอกชนไทย จับมือกระทรวงพาณิชย์กัมพูชา กระตุ้นการลงทุน พร้อมขยายโอกาสการค้าระหว่างสองประเทศ

สภาธุรกิจไทย-กัมพูชา (Thailand-Cambodia Business Council : TCBC) ซึ่งเป็นหน่วยงานภายใต้การอนุมัติและแต่งตั้งของ คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประกอบด้วย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย ผนึกกำลังภาคเอกชนไทยผู้บุกเบิกและขยายธุรกิจในกัมพูชาอย่างแข็งแกร่ง สัมมนา “Future Direction of Trade and Investment Opportunities in Cambodia 2023” เนื่องในโอกาสการจัดประชุมใหญ่สามัญสภาธุรกิจไทย-กัมพูชา ประจำปี 2566 โดยมีนายเกรียงไกร เธียรนุกูล ประธาน กกร. และประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เป็นประธานพร้อมกล่าวเปิดงาน


นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การสัมมนาครั้งนี้ เป็นภาพสะท้อนความสัมพันธ์และความร่วมมืออันใกล้ชิดระหว่างไทยและกัมพูชา เนื่องด้วยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์กัมพูชา พร้อมด้วยคณะผู้แทนระดับสูงของรัฐบาลกัมพูชาเข้าร่วมงาน จึงรู้สึก เป็นเกียรติอย่างยิ่ง และในงานสัมมนาวันนี้ยังเต็มไปด้วยนักธุรกิจทั้งชาวไทยและกัมพูชา มารวมตัวกัน ณ ที่มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาที่มีความโดดเด่นในการส่งเสริมความเป็นเลิศในการทำธุรกิจ ในนามของหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยจึงถือเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่งสำหรับการจัดงานวันนี้



กัมพูชานับว่าเป็นประเทศที่มีการเติบโตอย่างมากในด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา จากนโยบายการเร่งรัดพัฒนาเศรษฐกิจของรัฐบาลและเปิดรับการลงทุนจากต่างประเทศ ส่งผลให้ความเป็นเมืองขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยไทยก็ถือเป็นประเทศเพื่อนบ้านและประเทศคู่ค้าที่สำคัญของกัมพูชา และไทยก็ยังคงต้องการเพิ่มพูนความร่วมมือทางการค้าและการลงทุนในกัมพูชาให้มากขึ้นอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันกัมพูชามีการออกกฎหมายใหม่ๆที่สำคัญ ซึ่งจะมีส่วนช่วยสนับสนุนการทำธุรกิจระหว่างสองประเทศและดึงดูดนักลงทุนจากไทยให้เข้าไปลงทุนมากยิ่งขึ้น โดยวันนี้เราก็ได้รับเกียรติจากผู้แทนรัฐบาลกัมพูชามาบรรยายถึงกฎหมายสำคัญต่อการค้าและการลงทุนของกัมพูชา ซึ่งถือว่าเป็นโอกาสพิเศษอย่างยิ่งที่นักธุรกิจชาวไทยจะได้รับข้อมูลอย่างเต็มที่



ในด้านการค้าและการส่งออก กัมพูชายังคงเป็นตลาดที่สำคัญของไทย โดยในปี 2565 ไทยและกัมพูชามีมูลค่าการค้ารวมอยู่ที่ 340,721 ล้านบาท และเป็นมูลค่าการค้าชายแดน อยู่ที่ 198,315 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ +17.24% ดังนั้น จึงมองว่าสถานการณ์การค้าและการลงทุนระหว่างไทย-กัมพูชาในอนาคต จะมีการขยายตัวเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยปัจจัยจากสถานการณ์ COVID-19 ที่ดีขึ้นจนกลับมาเป็นปกติ และด้วยชาวกัมพูชานิยมบริโภคและใช้สินค้าไทยเป็นอย่างมากอยู่แล้ว ทั้งภาพยนต์และละครซึ่งเป็น Soft Power ก็เป็นที่ชื่นชอบของคนกัมพูชา ด้วยแรงอิทธิพลของความชื่นชอบและด้วยคุณภาพของสินค้าไทย จึงเป็นโอกาสของนักลงทุนไทยในการขยายการลงทุนในกัมพูชาเพิ่มมากขึ้น



นายสนั่น กล่าวด้วยว่า ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจและความร่วมมือของทุกฝ่าย ก็เชื่อได้ว่าการสัมมนาในวันนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของหมุดหมายสำคัญในการร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยความร่วมมือของภาคเอกชนไทยและรัฐบาลกัมพูชาเพื่อยกระดับและเพิ่มพูนมูลค่าทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศต่อไป

นายวรทัศน์ ตันติมงคลสุข ประธานสภาธุรกิจไทย-กัมพูชา ย้ำว่า วัตถุประสงค์หลักของการจัดสัมมนาฯ คือ เพื่อให้ความรู้และข้อมูลเชิงลึกในการดำเนินธุรกิจกับกัมพูชาในช่วงหลังจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ทั้งสถานการณ์ปัจจุบันและแนวโน้มทางเศรษฐกิจของกัมพูชา รวมทั้งกฎหมายด้านการค้า การลงทุน และการคุ้มครองผู้บริโภคฉบับใหม่ของกัมพูชาที่สำคัญ นอกจากนี้ ยังได้รับเกียรติจาก ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงพนมเปญ ได้ให้ข้อมูลภาพรวมสถานการณ์เศรษฐกิจของกัมพูชา สถิติการค้าระหว่างไทย-กัมพูชา อีกทั้ง ได้รับความร่วมมือจากผู้แทนภาคธุรกิจของไทย ร่วมแบ่งปันประสบการณ์การดำเนินธุรกิจในกัมพูชา อุปสรรคปัญหา ข้อควรระวัง และเปิดเผยถึงโอกาสอีกมากมายในตลาดค้าปลีกค้าส่งของกัมพูชา ตลอดจนลู่ทางการลงทุนและการส่งออกที่มีศักยภาพ


อีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญของงานสัมมนาในวันนี้ คือ พิธีลงนามแต่งตั้งตัวเเทนผู้จัดจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทยระหว่างบริษัท Hanuman Beverage และ Yakyim Intertrade Co.,Ltd เพื่อจัดจำหน่ายเครื่องดื่มของกัมพูชาในตลาดของไทย ถือเป็นความร่วมมือที่ตอกย้ำถึงความสัมพันธ์อันดีในการทำธุรกิจระหว่างไทยและกัมพูชา ที่ไทยก็มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะสนับสนุนสินค้าของกัมพูชาเข้ามาจำหน่ายในไทย ซึ่งจะช่วยส่งเสริมดุลการค้าระหว่างสองประเทศ ให้ไทยและกัมพูชาจับมือกันสร้างความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจร่วมกันต่อไป




ที่มา : มติชนออนไลน์

ดู 75 ครั้ง0 ความคิดเห็น

Comments


bottom of page