top of page

ส.อ.ท.หวั่นโครงการ ‘ยืดเยื้อ’ หลังยุบสภา

การยุบสภาจะทำให้กระบวนการหลาย ๆ อย่างเกิดความล่าช้า เนื่องจากยังมีหลายโครงการที่อยู่ภายใต้กระบวนการตัดสินใจของคณะรัฐบาล ซึ่งอาจจะส่งผลให้ยืดเยื้อออกไป


ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ ส.อ.ท. เกรียงไกร เธียรนุกุล ระบุ การยุบสภาจะทำให้กระบวนการหลาย ๆ อย่างเกิดความล่าช้า เนื่องจากยังมีหลายโครงการที่อยู่ภายใต้กระบวนการตัดสินใจของคณะรัฐบาล ซึ่งอาจจะส่งผลให้ยืดเยื้อออกไป รวมถึงกลุ่มข้าราชการที่น่าจะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ ก็ชะลอการทำงานและดูทิศทางรัฐบาลใหม่ ว่าใครจะมาเป็นนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีประจำกระทรวงต่าง ๆ


ขณะเดียวกันการยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ แม้จะเป็นประเด็นที่นักลงทุนรับรู้มาโดยตลอด แต่ก็ยังมีความกังวลเกิดขึ้นในช่วงที่รอรัฐบาลชุดใหม่ที่คาดว่าจะได้ในช่วงเดือนส.ค. 2566 โดยเฉพาะความกังวลของด้านของการเดินหน้านโยบายที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และนโยบายอื่น ๆ เนื่องจากในช่วงที่มีรัฐบาลรักษาการการอาจจะทำงานจะล่าช้าซึ่งเป็นปกติของการเมืองไทยในช่วงที่มีการเลือกตั้งโดย ส.อ.ท. อยากให้รัฐบาลรักษาการดูแลและช่วยพยุงเศรษฐกิจไปก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ


ในส่วนของภาคเอกชนมีความกังวลเช่นกัน หากช่วงนี้หลายอย่างมีการชะลอลง โดยเฉพาะการขับเคลื่อนนโยบายด้านเศรษฐกิจ แต่เชื่อว่าทุกอย่างจะถูกขับเคลื่อนโดยอัตโนมัติ เพื่อรอรัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งสิ่งที่ภาคเอกชนต้องการเห็นมากที่สุด คือรัฐบาลใหม่ต้องไม่มีความขัดแย้งกัน เพราะมันจะเป็นการสะท้อนให้เห็นว่าการเมืองไทยไมีเสถียรภาพมากพอ ไม่กระทบต่อความเชื่อมั่นนักลงทุนต่างชาติที่จะเข้ามาลงทุน รวมถึงยังสร้างความมั่นใจให้ต่างชาติที่จับตาการเลือกตั้งใหม่ของไทยอยู่


วันนี้เศรษฐกิจโลกยังไม่น่าไว้วางใจ ทั้งในเรื่องสงครามรัสเซีย ยูเครนที่ยืดเยื้อยาวนาน และล่าสุดกับปัญหาที่เกิดขึ้นของสถาบันการเงินในสหรัฐฯ และยุโรป ซึ่งต้องจับตาอย่างใกล้ชิดว่า เพราะถ้าธนาคารล้มอีกเป็นโดมิโน ก็จะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรม และเศรษฐกิจโลกรวมถึงเศรษฐกิจไทยด้วย


‘ประชานิยม’ ไม่ช่วยเศรษฐกิจโต

รองประธาน ส.อ.ท. อิศเรศ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ระบุ การเลือกตั้งเป็นโอกาสที่ดีสำหรับภาคเอกชน ซึ่งจะสร้างบรรยากาศไปในทิศทางบวกให้ทุกฝ่ายมีความหวัง และหันหน้ามาคุยกันเพื่อกำหนดนโยบายขับเคลื่อนประเทศใหม่ เพื่อหาทางออกร่วมกัน โดยนโยบายเร่งด่วนที่เอกชนคาดหวัง คือ การแก้ปัญหาปากท้องและการเร่งผลักดันจีดีพี ซึ่งปัจจุบันภาคการส่งออกชะลอตัวลงจึงต้องเร่งการหาตลาดใหม่ รวมทั้งการส่งเสริมให้ภาคเอกชนสามารถแข่งขันด้านต้นทุนได้


นโยบายต้องไม่เน้นประชานิยมซึ่งไม่ช่วยให้เศรษฐกิจโตได้ระยะยาว รวมทั้งต้องดำเนินการอย่างโปร่งใสและไม่มีคอร์รัปชั่น



ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ

ดู 2 ครั้ง0 ความคิดเห็น

Comments


bottom of page