top of page

CEO หวังเลือกตั้งเปลี่ยนประเทศ รัฐบาลใหม่ต้องมีวิชั่นเศรษฐกิจ

“บิ๊กคอร์ป” ประสานเสียงหวังรัฐบาลใหม่มั่นคง “ดับบลิวเอชเอ” แนะเร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ดึงลงทุนอีวี “แสนสิริ” มองหลังเลือกตั้งประเทศต้องเปลี่ยน เร่งรัฐฟื้นท่องเที่ยว “อีเอ” หวังไทยได้ผู้นำที่ดี มีวิชั่นติดสปีดกระตุ้นเศรษฐกิจ หนุนภาคอุตสาหกรรมหลักแข่งขันได้


"เอไอเอส" ชี้การเมืองต้องนิ่ง หนุนเอสเอ็มอีปลุกกำลังซื้อรากหญ้า “สบาย เทคโนโลยี” มองเมกะโปรเจครัฐบาลใหม่ดันจีดีพีโต


Key Points

• ภาคธุรกิจมองการยุบสภาทำให้การเมืองมีความชัดเจนขึ้น

• การแก้ปัญหาเศรษฐกิจเป็นสิ่งที่ภาคเอกชนต้องการในลำดับต้น

• การเลือกตั้งจะต้องเปลี่ยนแปลงประเทศไปในทิศทางที่ดีขึ้น


สถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวจากปัจจัยลบหลายเรื่อง ทำให้ทุกประเทศต้องปรับตัวปัจจัยด้านการเมืองเป็นหนึ่งเรื่องสำคัญ รัฐบาลที่มีสเถียรภาพย่อมส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจภายในประเทศ หลังจากที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประกาศยุบสภาภายในเดือน มี.ค.เป็นสิ่งที่ภาคธุรกิจไทยจับตาอย่างมาก หากรัฐบาลหลังการเลือกตั้งมีความมั่นคงแข็งแรง ย่อมหนุนให้การทำธุรกิจรวมถึงระบบเศรษฐกิจในประเทศมีทิศทางที่สดใส


‘ดับบลิวเอชเอ’ชงหนุน‘อีวี’

นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริษัท และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่นจำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ความคาดหวังของนักธุรกิจสำหรับรัฐบาลชุดใหม่นั้น ต้องการให้เร่งขับเคลื่อนนโยบาย ที่ส่งเสริมการขยายตัวของเศรษฐกิจ และดึงดูดการลงทุน โดยเฉพาะมาตรการเกี่ยวกับยานยนต์ไฟฟ้า (อีวี) อย่างครบวงจร ทั้งการอุดหนุนผู้ซื้อ การผลิตแบตเตอรี่และชิ้นส่วน เพื่อให้เกิดการพัฒนาคลัสเตอร์อุตสาหกรรมยานยต์ไฟฟ้าในประเทศให้ไทยก้าวขึ้นเป็นฐานการผลิตของภูมิภาค


ทั้งนี้ ดับบลิวเอชเอในฐานะที่เป็นฐานการลงทุนสำคัญของประเทศ มองว่า แนวโน้มการลงทุนในปีนี้จะเติบโตได้ดี ต้อนรับการกลับมาของนักลงทุนจีน ในขณะที่ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังมีอยู่จะทำให้ไทยกลายเป็นจุดหมายการลงทุนที่โดดเด่น โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่ไทยมีซัพพลายเชนที่เข้มแข็ง อาทิ อิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์ ซึ่งไทยจะต้องเร่งเตรียมพร้อมทั้งด้านนโยบายและการปลดล็อกด้านกฎหมายเพื่อรับโอกาสใหม่ที่จะเข้ามา



เศรษฐกิจเปราะบาง-เร่งฟื้นท่องเที่ยว

นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานอำนวยการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ภาพรวมเศรษฐกิจมีแนวโน้มค่อนข้างเปราะบาง จีดีพีปีที่ผ่านมาขยายตัว 2.6% ต่ำกว่าคาดหมายมาก สะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยต้องมีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นโอกาสดีที่จะมีการเลือกตั้งในเร็วๆ นี้


“เศรษฐกิจเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ดีใจที่พรรคการเมืองทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลเองให้ความสำคัญกับเรื่องเศรษฐกิจค่อนข้างเยอะ การกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น ต้องมุ่งเน้นเรื่องของการท่องเที่ยวที่ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจ”


ทั้งนี้ ประเทศไทยต้องยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ตั้งแต่มาตรการให้วีซ่ากับชาวต่างชาติให้เข้ามาได้สะดวกขึ้น นอกจากนี้ยังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องแก้ไขทั้งเรื่องเศรษฐกิจและสังคมที่มีความเปราะบาง ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) เป็นเรื่องที่รัฐบาลใหม่จะต้องบริหารจัดการ


สำหรับแสนสิริ ในฐานะเอกชนพร้อมเดินหน้าลงทุนต่อเนื่องผลักดันธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เติบโตล้อไปกับจีดีพี ซึ่งปีนี้ถือเป็นปีที่ดีของ “แสนสิริ” มีกำไรสูงสุดในประวัติศาสตร์


อีเอ ชี้ต้องเร่งกระตุ้นศก.

นายสมโภชน์ อาหุนัย ประธานกรรมการบริหาร และ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA กล่าวว่า จากที่ประเทศไทยเตรียมเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้งถือเป็นบรรยากาศที่ดี น่าจะเป็นจุดเปลี่ยนที่ดีของประเทศได้ จากที่ผ่านมาล้มลุกคลุกคลานมานาน



ประเทศไทยจากนี้ต้องการแนวคิดใหม่ๆ พลังใหม่ๆ ที่เข้ามาขับเคลื่อนให้ประเทศไทยเดินไปข้างหน้า แม้ที่ผ่านมาประเทศไทยจะปรับตัวได้ดีผ่านวิกฤติต่างๆ มาได้ แต่จากนี้ประเทศไทยไม่สามารถเดินหน้าไปตามธรรมชาติได้


ดังนั้นรัฐบาลจะต้องมีวิชั่น และมีทีมงานที่แข็งแกร่ง จัดทำยุทธศาสตร์ขึ้นมาเพื่อทำให้เศรษฐกิจภาพรวมของไทยมีการเปลี่ยนแปลงชัดเจน เป็นรูปธรรม ซึ่งปัจจุบันเริ่มเห็นพรรคการเมืองต่างๆออกมาให้นโยบายที่หลากหลาย


สุดท้ายหลังจากเลือกตั้งเสร็จเชื่อว่านโยบายต่างๆที่พรรคการเมืองประกาศออกมาก็จะนำมาผสมผสานกลายเป็นนโยบายขับเคลื่อนประเทศ ซึ่งส่วนตัวก็ยังว่าประเทศไทยจะได้ผู้นำที่ดี ที่จะนำนโยบายดังกล่าวมาใช้ประโยชน์ให้มีประสิทธิภาพ


สำหรับเรื่องเร่งด่วนที่รัฐบาลต้องดำเนินการ คือ การกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยชะลอตัวมามาก ซึ่งอุตสาหกรรมหลักๆของประเทศค่อนข้างถดถอยเมื่อเทียบกับคู่แข่ง จึงจำเป็นต้องปรับโครงสร้างพื้นฐาน มีนโยบายที่ชัดเจน เพื่อหนุนให้อุตสาหกรรมหลักๆของประเทศสามารถแข่งขันได้ ซึ่งอาจจะมีการปรับปรุงการกำกับ ภาษีและมาตรการส่งเสริมอย่างเป็นรูปธรรม


เอไอเอส หวังการเมืองนิ่ง-ปลุกเอสเอ็มอี

นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด(มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า ปีนี้ภาพรวมของเศรษฐกิจในประเทศน่าจะมีทิศทางที่สดใสและพลิกฟื้นได้ดีขึ้นด้วย 2 ปัจจัยคือ สถานการณ์โควิด-19 เริ่มคลี่คลาย และมีการประกาศวันเลือกตั้งชัดเจนจากรัฐบาล ซึ่งจะมีกระแสเงินสดหมุนเวียนเพิ่มเข้ามามากขึ้น


อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญมากๆคือ บริษัทใหม่หรือองค์กรระดับประเทศต้องช่วยสร้างความแข็งแรงในเชิงเศรษฐกิจ ภาครัฐให้ความมั่นใจเรื่องแนวทางการบริหารประเทศ ส่วนภาคธุรกิจขนาดเล็กและย่อม (เอสเอ็มอี) ก็จะได้อานิสงส์จากการความเข้มแข็งของทางการเมือง และในท้ายสุดจะหนุนให้รากหญ้ามีกำลังซื้อ


“เราเริ่มมีนักท่องเที่ยวเข้ามา ทุกอย่างควรดีขึ้นกว่าปีที่แล้วเยอะ คนจะมีความหวังมากขึ้นรัฐบาลใหม่สิ่งสำคัญ คือ เราผ่านโควิดมาแล้ว บริษัทใหญ่แข็งแรงอยู่รอดได้ แต่เอสเอ็มอียังไปไม่ได้รัฐต้องมีแผนชัดเจนทำให้เอสเอ็มอีรายย่อย เข้มแข็งมากขึ้น เพราะกลุ่มรายย่อย ถือเป็นฐานสำคัญของเศรษฐกิจจริงๆ ดังนั้นทำให้การเมืองให้นิ่ง เศรษฐกิจไม่สะดุด สร้างให้เอสเอ็มอีระดับย่อยมีความแข็งแรง จะกระตุ้นให้รากหญ้ามีกำลังซื้อมากขึ้น” นายสมชัย กล่าว


แนะรัฐหนุนส่งออก-การผลิตโต

นายชูเกียรติ รุจนพรพจี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สบาย เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ SABUY กล่าวว่า ข้อดีของการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ทุกครั้งจะมีโครงการใหม่ๆ ออกมาเป็นส่วนหนึ่งที่จะกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจไทย ซึ่งหวังที่จะได้รัฐบาลโดยเร็ว เพื่อมาส่งเสริมและสนับสนุนภาคการส่งออกและภาคการผลิตให้เติบโต รวมถึงเข้ามาแก้ปัญหาสภาพคล่องของคนชั้นกลางและล่างจากปัจจุบันที่มีปัญหาดังกล่าว


สำหรับภาพเศรษฐกิจไทยปีนี้ ต้องยอมรับว่า รายได้ภาคการส่งออกจะได้รับผลกระทบจากส่งออกที่ชะลอตัว แต่ข้อดีของประเทศไทยปีนี้ คือ มีรายได้จากภาคการท่องเที่ยวเข้ามาหนุนหรือลดผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่จะถดถอย


ดังนั้น สิ่งที่ต้องระวังของภาคธุรกิจ คือ การสร้างหนี้ การรักษาสภาพคล่อง เพราะปีนี้สถาบันการเงินมีการเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ จึงทำให้การเข้าถึงสินเชื่อมีข้อจำกัดมากขึ้น


ส่วนแนวโน้มผลการดำเนินงานปีนี้ คาดรายได้จะเติบโตได้ตามเป้าหมายที่ 2 หมื่นล้านบาท แม้ภาวะเศรษฐกิจปีนี้จะมีความผันผวนเนื่องจากปีนี้จะรับรู้รายได้จากสิ่งที่บริษัทได้มีการดำเนินงานไปเมื่อปีที่ผ่านมา และในปีนี้บริษัทจะมีการลงทุนในประเทศแถบตะวันออกเฉียงใต้ คาดใช้งบลงทุน 3 พันล้านบาท รวมถึงบริษัทอยู่ระหว่างวางแผนกลยุทธ์ในปี 2567 เพื่อมีรายได้เติบโตเกิน 5 หมื่นล้านบาท


หวังรัฐบาลใหม่ดันดิจิทัลฮับ

นายจิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ปโฮลดิ้งส์ จำกัด กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นจังหวะที่ดีมากๆ ในการพลิกฟื้นประเทศไทยเนื่องจากมองว่าตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป ปัจจัยผันผวนต่างๆ ทั้งภาวะเงินเฟ้อ ดอกเบี้ยขาขึ้นจะเริ่มลดลง ดังนั้น หากรัฐบาลใหม่สามารถจับไดเรกชั่นได้ถูกทางจะกลายเป็นโอกาสสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทย ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นไข่แดงของภูมิภาคที่คนจะนำเงินมาลงทุน


ทั้งนี้ มองว่า มี 2 เรื่องที่รัฐบาลใหม่ควรต้องโฟกัสหลังจากนี้ คือ 1.ต้องผลักดันให้ไทยเป็นดิจิทัลฮับของอาเซียนให้ได้ เพราะเศรษฐกิจดิจิทัลจะใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ และใหญ่กว่าที่เราคิด เทคโนโลยีต่างๆ จะพัฒนาอย่างก้าวกระโดด


และ 2. ภาวะโลกร้อน ซึ่งจะเปลี่ยนกฏการทำธุรกิจทั้งหมด ซัพพลายเชนทั่วโลกจะกลายเป็นกรีนซัพพลายเชน ดังนั้น ประเทศไทยต้องให้ความสำคัญกับ ไครเมท เทคโนโลยี เช่น กรีนซีเมนต์, กรีนพลาสติก และการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า


“รัฐบาลใหม่ต้องให้ความสำคัญกับการสร้างความสามารถใหม่ๆ ขึ้นมา เพื่อสร้างรายได้เข้าประเทศ แม้การท่องเที่ยวยังเป็นสิ่งสำคัญ การผลิตรถยนต์สันดาปจะพยุงจีดีพีไทยมาตลอด แต่ในระยะยาวหากต้องการหลุดจากกับดักรายได้ปานกลาง ต้องมีความสามารถพิเศษใหม่ๆ เข้ามาช่วยขับเคลื่อน”


มั่นใจโมเมนตัมเศรษฐกิจดีต่อเนื่อง

นางมยุรี ชัยพรหมประสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายองค์กรสัมพันธ์และสื่อสารองค์กรบริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด กล่าวว่า ตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2565 ทั้ง 6 ศูนย์การค้าและศูนย์การค้าใหม่ไอซีเอส จำนวนลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการเห็นได้ชัดว่าเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง


โดยเฉพาะหมวดลักชัวรีได้การตอบรับที่ดี แม้จะยังไม่มีนักท่องเที่ยวจีนจากจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาจำนวนมากเหมือนสมัยก่อน แต่ได้นักท่องเที่ยวชาติอื่นเข้ามาเสริม โดยเฉพาะซาอุดีอาระเบีย สายการบินเต็ม และหลังจีนเปิดให้มีการเดินทางก็เริ่มทยอยเดินทางเข้ามา และเป็นกลุ่มจีนเดินทางด้วยตัวเอง ถือเป็นกลุ่มมีกำลังซื้อสูงกว่าปกติ สังเกตได้จากเม็ดเงินที่ซื้อต่อครั้ง


“เริ่มกระแสดีตั้งแต่ตรุษจีนเป็นต้นมา และตั้งแต่นายกฯ ประกาศว่าจะมีการเลือกตั้งในเร็วๆ นี้เป็นการกระตุ้นได้อีกทางหนึ่งในกระแสการจับจ่ายใช้สอยในศูนย์การค้ามากขึ้น เชื่อว่าวงเงินจะสะพัดมากขึ้น ถ้าเราเริ่มเศรษฐกิจตั้งแต่ต้นปีที่ดี ก็น่าจะดีตลอดปี ไม่น่าจะมีอะไรกังวล”


ไทยเป็นประเทศที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับสูงจากศิลปินต่างชาติ มาจัดงาน คอนเสิร์ต มีตแอนด์กรี๊ดที่ศูนย์การค้าจำนวนมาก ค้าปลีกน่าจะพีคอัพได้ดี เรากลับมาเท่ากับ 2019 แม้ว่าคนจีนยังไม่เข้ามาเต็มที่ตามตัวเลขที่คาดหวังไว้แต่เป็นสัญญาณที่ดี


สำหรับความคาดหวังจากรัฐบาลใหม่ในภาคธุรกิจค้าปลีกมองเรื่องนโยบายภาษีนำเข้า หรือภาษีต่างๆ ของธุรกิจเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อน ยกตัวอย่าง ปรับแวตจาก 7% เป็น 10% หรือไม่



‘หอการค้า’เร่งแก้ปัญหาปากท้อง

นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สำหรับปัญหาเร่งด่วนที่อยากให้รัฐบาลดูแลคือเรื่องปากท้องประชาชน โดยการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งด้านการท่องเที่ยวและการลงทุน ซึ่งจะเป็นเครื่องยนต์หลักที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจปีนี้โดยเฉพาะการช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่กำลังอยู่ในช่วงฟื้นฟูให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนรวมทั้งการให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมในการในการร่วมผลักดันนโยบายต่างๆ


ขณะที่ภาคเอกชนต้องเตรียมพร้อมรับมือและบริหารจัดการความเสี่ยงหลายด้าน ได้แก่ อัตราดอกเบี้ยขาขึ้น การปรับขึ้นค่าแรง อัตราแลกเปลี่ยนผันผวน และค่าไฟฟ้าซึ่งยังได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน เศรษฐกิจโลกในวันนี้มีสภาวะที่เปราะบางอย่างมาก กลับกันในช่วงการเลือกตั้งคาดว่าเศรษฐกิจในประเทศจะมีเงินสะพัดราว 8-9 หมื่นล้านบาท ตามที่ม.หอการค้าไทยได้ประเมินไว้



ส.อ.ท.หวังฟื้นความเชื่อมั่น

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ภาคเอกชนต้องการรัฐบาลที่มีความมั่นคงและสร้างความเชื่อมั่นในการเดินหน้าต่อให้กับนักธุรกิจและการลงทุน ท่ามกลางกระแสความท้าทายในปัจจุบัน ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ทำให้ทิศทางการค้าขายทั่วโลกเปลี่ยนแปลงไป และไทยจะต้องเตรียมแผนรับมือให้พร้อมในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ รวมทั้งการยืนอยู่บนเวทีโลกอย่างระมัดระวังและดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอย่างแหลมคม


ประเด็นแรกที่รัฐบาลจะต้องเร่งแก้ไขคือปัญหาปากท้อง ทั้งเรื่องเงินเฟ้อ ราคาพลังงาน และค่าครองชีพที่ไม่เพียงพอต่อการใช้จ่าย โดยการผลักดันให้เกิดการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจประเทศอย่างจริงจัง สร้างบรรยากาศที่ง่ายต่อการลงทุน (Ease of Doing Business) การกีโยตินกฎระเบียบที่ซับซ้อนและล้าหลัง


ทั้งนี้ มาตรการขับเคลื่อนเศรษฐกิจจะต้องสร้างกลไกที่ส่งเสริมให้ประชาชนมีความเข้มแข็งและอยู่ได้ด้วยตัวเองซึ่งจะเป็นผลดีในระยะยาวมากกว่าการใช้นโยบายประชานิยมที่สร้างผลลัพธ์เพียงชั่วคราว และควรจะหยิบมาใช้ในเวลาจำเป็นเท่านั้น


‘บาฟส์’หวังรัฐบาลใหม่มั่นคง

หม่อมหลวงณัฐสิทธิ์ ดิศกุล กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพจำกัด (มหาชน) หรือ บาฟส์ ผู้ให้บริการน้ำมันอากาศยานรายใหญ่ในไทย กล่าวว่า คาดหวังว่ารัฐบาลจะมีความมั่นคง และสานต่อนโยบายสำคัญอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโครงการอีอีซี และการผลักดันนโยบายด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ เรื่องเร่งด่วนที่รัฐบาลต้องเร่งเดินหน้าคือการแก้ปัญหาเศรษฐกิจและปัญหาปากท้อง รวมทั้งการเตรียมพร้อมเรื่องความมั่นคงทางอาหาร


รวมไปถึงมาตรการด้านการท่องเที่ยว อาทิ การยกเว้นวีซ่า การเตรียมความพร้อมด้านสาธารณูปโภค ให้สอดรับกับแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจปีนี้และสัญญาณการท่องเที่ยวที่เป็นบวกชัดเจน การกลับมาของนักท่องเที่ยวจีนแล้วราว 30% และโอกาสอีกมากจากการเปิดเส้นทางบินหลากหลายมากยิ่งขึ้น คาดว่าภายในปลายปีนี้จะกลับมามีปริมาณการขายน้ำมันอยู่ที่ 16-17 ล้านลิตรต่อวัน ใกล้เคียงกับปี 2562 จากปัจจุบันซึ่งอยู่ที่ 12 ล้านลิตรต่อวัน


ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ




ดู 37 ครั้ง0 ความคิดเห็น
bottom of page