Connect the Dots ภารกิจหอการค้าไทยฟื้นเศรษฐกิจ 99 วัน

01 เม.ย. 2564        จำนวนผู้เข้าชม 202



รัฐบาลไทยได้ตั้งความหวังที่จะเปิดน่านฟ้ารับนักท่องเที่ยวโดยไม่กักตัวในวันที่ 1 กรกฎาคม 2564 ซึ่งนับเป็น 1 ในสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย หลังจากที่ประเทศต้องฝ่าวิกฤตโควิด-19 มา 2 ปี ให้การดำเนินเศรษฐกิจของประเทศกลับมาเป็นปกติได้
 
โดยในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อนี้ ทางสภาหอการค้าไทยก็ได้เกิดการเปลี่ยนกรรมการจากชุดของ “นายกลินท์ สารสิน” ที่หมดวาระลงมาเป็นชุดของ “นายสนั่น อังอุบลกุล” ประธานกรรมการหอการค้าไทยคนที่ 25 พร้อมกับการออกสตาร์ตภารกิจตามนโยบายแรก “Connect the Dots” เพื่อฟื้นเศรษฐกิจไทยใน 99 วันทันที
 
3 งานด่วนต้องเร่ง
นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า หอการค้าฯได้จัดทำนโยบาย “Connect the Dots” เพื่อให้เป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงเครือข่ายทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชน แม้เศรษฐกิจไทยจะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว แต่ก็ยังมีปัญหาที่รอการแก้ไข เราจึงตั้งเป้าหมายฟื้นฟูเศรษฐกิจภายใน 99 วันแรก เพื่อเร่งสร้างความเชื่อมั่นใน 3 เรื่องเร่งด่วนคือ
 
1) เร่งฉีดวัคซีนให้ประชาชน เพื่อเตรียมความพร้อมในการเปิดประเทศ โดยภาคเอกชนพร้อมจับมือกันช่วยภาครัฐในเรื่องการฉีดวัคซีนให้ได้ ตามความเชี่ยวชาญของภาคเอกชน แต่ละราย เช่น การหาวัคซีน การนำเข้าวัคซีน การวางแผนร่วมกันในการสำรวจความต้องการที่จะฉีดวัคซีนให้กับสมาชิกเพื่อแบ่งเบาภาระของรัฐและสนับสนุนการกระจายวัคซีนให้ทั่วถึง ทั้งการขนส่ง การหาสถานที่ในการฉีด ตู้เย็นการจัดเก็บวัคซีน ช่วยประชาสัมพันธ์ จัดหาบุคลากรให้เพียงพอ
 
โดยบริษัทที่มีความพร้อมก็มีการเสนอแนวทาง buy 1 give 1 (ซื้อ 1 แถม 1) ซื้อเพื่อฉีดให้พนักงานตัวเอง 1 dose และช่วยฉีดแก่ประชาชนอีก 1 dose ซึ่งเอกชนจะออกค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด จึงขอให้รัฐพิจารณาให้เอกชนนำเข้าวัคซีนได้ หลังจากนี้จะสรุปจำนวนที่ชัดเจนอีกครั้ง
 
“มั่นใจว่า 1 กรกฎาคมนี้จะเปิดภูเก็ตได้ เรายินดีสนับสนุนภาครัฐเต็มที่ร่วมกับทุกภาคส่วน มีผู้เชี่ยวชาญ ซัพพลายเออร์ ตู้แช่ที่โรงงานมีแทบทุกจังหวัดและเราประสานการจัดหาวัคซีนให้บริษัทที่อยากนำเข้ามาได้ด้วย”
 
2) เร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยด้วยการใช้ digital transformation และ 3) การแก้ไขกฎระเบียบเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการ (ease of doing business) จัดลำดับโครงการและกฎหมายที่จะต้องแก้ไขเร่งด่วน ปรับโครงสร้างเพื่อการเติบโตในอนาคต และควรเร่งเจรจาความตกลง FTA ให้ใกล้เคียงเวียดนาม โดยเรื่องใดที่มีอิมแพ็กต์สูง ต้องเริ่มดำเนินการทันที
 
ปลุกชีพเอสเอ็มอี
นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า เศรษฐกิจไม่ได้ขึ้นอยู่กับผู้ประกอบการรายใหญ่เพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับธุรกิจของ SMEs ดังนั้นทุกคนต้องรอดผ่านสภาวะนี้ไปด้วยกันให้ได้
 
จากนี้กลุ่มธุรกิจค้าปลีกรายใหญ่จะร่วมมือกับธนาคารพาณิชย์ โดยค้าปลีกจะช่วยคัดกรองให้ข้อมูลลูกค้า SMEs ผู้เช่าพื้นที่รวมถึงเป็นซัพพลายเออร์ให้กับธนาคาร เป้าหมายเพื่อลดต้นทุน การสนับสนุนโครงการใหม่เพื่อเสริมสภาพคล่อง และช่องทางการค้าขายให้ SMEs
ฮักไทย-ฮักภูเก็ต
 
ด้าน นายญนน์ โภคทรัพย์ กรรมการบริหารหอการค้าไทย กล่าวเสริมว่า จำเป็นต้องกระตุ้นการใช้สินค้าไทยและการท่องเที่ยว ทางหอการค้าฯ มีโครงการ “ฮักไทย (Hug Thais)” สนับสนุนให้ใช้ของไทย กินของไทย และเที่ยวเมืองไทย และในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ จะเปิดตัวโครงการ “Hug Thais Hug Phuket” เพื่อเป็นต้นแบบให้นักท่องเที่ยวและนักธุรกิจต่างชาติมาเที่ยวและทำงานในจังหวัดภูเก็ต รูปแบบ long stay และ work from Phuket ซึ่งจะได้รับสิทธิพิเศษเพิ่มจากร้านค้าและบริการต่าง ๆ เพียงแสดง vaccine passport พร้อมทั้งจะเสนอภาครัฐให้รวมสินค้าฮักไทยเข้าในระบบจัดซื้อจัดจ้างด้วย
 
นอกจากนี้ จะเสนอให้ภาครัฐสร้างความมั่นใจให้เกิดการใช้จ่ายด้วยแคมเปญกระตุ้นเศรษฐกิจของกลุ่มผู้มีกำลังซื้อสูง ด้วยการ ยกระดับโครงการ “ช้อปดีมีคืน” ให้เป็น “ยิ่งใช้ยิ่งได้คืน” โดยให้ลดหย่อนภาษีได้ 100,000 บาท จากเดิม 30,000 บาท และกระตุ้นการลงทุนในประเทศอย่างต่อเนื่องภายใต้มาตรฐานการค้าที่เป็นธรรม การพัฒนาภาคการค้าและบริการทาง e-Commerce เพื่อช่วยผู้ประกอบการไทย
 
“การค้าและบริการ ธุรกิจค้าปลีก ค้าส่ง ธุรกิจร้านอาหาร โรงแรม ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ SMEs โลจิสติกส์ ทั้งประเทศ 2.4 ล้านราย มูลค่ารวม 5.6 ล้านล้านบาท มีการจ้างงานถึง 12 ล้านคน หรือคิดเป็น 34% ของ GDP ประเทศ ดังนั้นภารกิจทั้งหมดตามที่เราตั้งเป้าหมายไว้ 99 วัน ก็เพื่อที่จะฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยให้ฝนตกทั่วฟ้า ที่สำคัญที่สุดก็คือ การเตรียมความพร้อมเพื่อเปิดประเทศ รัฐบาลควรเร่งรัดจัดหาวัคซีน เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงวัคซีน โดยจะเห็นว่า ทั่วโลกได้รับวัคซีนแล้ว 140 ประเทศ 12.2 ล้านโดสต่อวัน แต่ประเทศไทยได้รับวัคซีนเพียงแค่ 0.2% ถือว่าน้อยและล่าช้ามาก” นายญนน์กล่าว
 
เร่งคลายล็อกทุนต่างชาติ
นายปรัชญา สมะลาภา รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า การที่จะช่วยให้เศรษฐกิจกลับมาโดยเร็วนั้นยอมรับว่า ต้องอาศัยเงินตราต่างประเทศมากพอสมควร ดังนั้นหอการค้าไทยจะตั้งเป้าหมาย 99 วัน ให้มีการปรับปรุงหลักเกณฑ์ของคนเข้าเมืองโดยเฉพาะแรงงานต่างชาติที่มีฝีมือ การทบทวนการลดหรือเลิกขอใบอนุญาต และการเก็บค่าธรรมเนียม
 
เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายผู้ประกอบการที่มีความซ้ำซ้อนในหลายใบอนุญาต รวมถึงปรับปรุงและพัฒนากฎหมายในลักษณะของกลุ่มธุรกิจ เช่น การท่องเที่ยว หรือ MICE โดยหอการค้าฯจะ connect หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งรัฐและเอกชนทำงานร่วมกันเป็น “ทีม” เพื่อเชื่อมให้ประเทศไทยพร้อมก้าวไปสู่อนาคตได้ภายใต้เศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
 
“การอำนวยความสะดวกนักธุรกิจ ควรเริ่มจากนักธุรกิจที่จะเข้ามาลงนามสัญญาต่าง ๆ หรือเข้ามาซื้อสินค้า เพราะที่ผ่านมา การที่นักธุรกิจเข้ามาในประเทศไม่ได้นั้นกระทบธุรกิจมาก อาทิ อัญมณี ต้องเห็นสินค้าจริงก่อนซื้อ ทำให้ปัจจุบันกิจกรรมทางธุรกิจเหลือเพียง 10% หรือแทบจะไม่มีเลย เราจะขอให้มีสิทธิพิเศษเอื้อนักลงทุน โดยเริ่มแล้วที่ภูเก็ต และกรณีการปรับปรุงกฎระเบียบที่ก่อนหน้านี้ก็ยังมีช่องโหว่ที่ไม่เป็นธรรม อาทิ ภาษีนำเข้าสินค้าไม่ผ่านศุลกากร ไม่มีการจัดเก็บภาษีเท่าที่ควร ควรมีมาตรการด้านศุลกากรนำเข้าเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม” นายปรัชญากล่าว
 
ดันจีดีพีปี’64 โต 3.5%
นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เชื่อมั่นว่า หากผลักดันนโยบาย “Connect the Dots” ใน 99 วันได้สำเร็จ โดยเฉพาะการฉีดวัคซีนให้ทั่วถึงหรือเกินกว่า 50% ของประชากรทั้งหมด การกระตุ้นเงินหมุนเวียนผ่านมาตรการรัฐทุกโครงการ อาทิ เราชนะ, ม.33 เรารักกัน, คนละครึ่งเฟส 3 และการเปิดประเทศนำร่อง จ.ภูเก็ต จะทำให้เศรษฐกิจไทยกลับมาบวกในไตรมาส 2 และทั้งปี GDP น่าจะโต 3-3.5%
 
สิ่งสำคัญที่สุดคือ ภาครัฐควรเร่งรัดจัดหา “วัคซีน” ซึ่งขณะนี้ยังถือว่า “ช้ามาก” เพราะวัคซีนคือแรงกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างภูเก็ตแซนด์บอกซ์ หลังสงกรานต์ต้องได้รับวัคซีนขั้นต่ำ 70% จากชาวภูเก็ตทั้งหมด 500,000 คน หากจะเปิดรับนักท่องเที่ยวในเดือน ก.ค.นี้
 
หลังจากนั้นขยายต่อไปจังหวัดอื่น ๆ ประเทศไทยต้องแข่งกับเวลา “การเปิดประเทศ” ที่ดีก็คือ คนไทยต้องสบายใจ-ปลอดภัยก่อน และรัฐต้องโฟกัสกลุ่มเป้าหมายนักท่องเที่ยวให้ชัดเจน จัดลำดับความสำคัญ ควรเริ่มจากชาวเอเชียก่อน “เน้นคุณภาพ ไม่เน้นปริมาณ”
 
ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ
https://www.prachachat.net/economy/news-639485








ข่าวสาร