top of page

ภาคธุรกิจสหรัฐร่วมประชุม Trade Winds 2023 เสริมโอกาสให้ธุรกิจโต

Trade Winds 2023 ภาคธุรกิจสหรัฐอเมริการ่วมงานคึกคัก นายกฯ ประยุทธ์ ร่วมต้อนรับ ชี้ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา มูลค่าการค้ากว่า 6.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมสนับสนุนภาคธุรกิจให้เติบโตอย่างสมดุล แข็งแรง


วันที่ 13 มีนาคม 2566 ที่โรงแรมอวานี พลัส ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ สถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย จัดพิธีเปิดการประชุม Trade Winds ประจำปี 2566 ซึ่งเป็นเวทีพัฒนาการค้าที่เปิดโอกาสให้บริษัทธุรกิจในสหรัฐอเมริกา ได้พบปะและจับคู่ธุรกิจกับบริษัทต่าง ๆ ในไทยและตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้


นางมาริสซา ลาโก ปลัดกระทรวงพาณิชย์สหรัฐอเมริกา ฝ่ายการพาณิชย์ระหว่างประเทศ กล่าวว่า การประชุม Trade Winds มีความสำคัญอื่นนอกเหนือจากด้านธุรกิจการค้า เพราะเป็นเครื่องหมายของความมุ่งมั่นที่ นายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และนางกมลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ มีต่อการเสริมสร้างความสัมพันธ์กับสมาชิกประเทศอาเซียน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิก


ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษในงานว่า รัฐบาลไทยยินดีที่สหรัฐฯ เลือกจัดกิจกรรม Trade Winds ที่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และ ประเทศไทย สะท้อนถึงโอกาสด้านการค้าและการลงทุน ในประเทศไทยและภูมิภาคที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยรัฐบาลไทยพร้อมร่วมมือกับรัฐบาลและภาคเอกชนสหรัฐฯ ในการพัฒนาศักยภาพเศรษฐกิจและสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการประกอบธุรกิจของบริษัทเอกชนสหรัฐฯ


ในช่วงสองปีที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ทวิภาคีไทย-สหรัฐฯ มีความใกล้ชิดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าในช่วงที่ผ่านมาเศรษฐกิจโลกจะได้รับผลกระทบจากโควิด-19 แต่การค้าทวิภาคีระหว่างไทยกับสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2565 การค้าระหว่างกันมีมูลค่า กว่า 65,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ


ทำให้สหรัฐฯ กลายเป็นคู่ค้าสำคัญอันดับที่สองของไทย อีกครั้งในรอบ 15 ปี แสดงถึงความร่วมมือและห่วงโซ่อุปทานที่เข้มแข็งระหว่างกัน และศักยภาพและความพร้อมของไทยในด้านเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐานด้านความเชื่อมโยงและโลจิสติกส์


ไทยและสหรัฐฯ มีเป้าหมายและนโยบายที่สอดคล้องกันในการส่งเสริมความเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน เข้มแข็ง และมีความสมดุล โดยไทยให้ความสำคัญกับนโยบายเศรษฐกิจชีวภาพ-หมุนเวียน-สีเขียว หรือ BCG Economy ซึ่งผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคได้ร่วมกันรับรองเป้าหมายกรุงเทพฯ ว่าด้วยเศรษฐกิจ BCG และสหรัฐฯ ในฐานะเจ้าภาพเอเปคในปีนี้จะสานต่อการดำเนินการในทิศทางเดียวกัน


แผนความเป็นหุ้นส่วนไทย-สหรัฐฯ สร้างโอกาสหลากหลายมิติ

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ไทยได้ร่วมมือกับสหรัฐฯ และประเทศหุ้นส่วนในกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจอินโด-แปซิฟิก (IPEF) เพื่อส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเป็นธรรม ซึ่งแผนความเป็นหุ้นส่วนไทย-สหรัฐฯ จะช่วยเสริมสร้างโอกาส ความร่วมมือระหว่างกันในหลายมิติ ได้แก่


ประการแรก คือความร่วมมือเพื่อเสริมสร้างเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ไทยมีความพร้อมเป็นศูนย์กลางด้านการค้าการลงทุน และการผลิตที่สำคัญของภูมิภาค เป็นจุดเชื่อมโยงของห่วงโซ่อุปทานด้วยที่ตั้งด้านภูมิศาสตร์และมาตรการสิทธิประโยชน์ที่หลากหลายสำหรับภาคเอกชน


ประการที่สอง ไทยให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาเทคโนโลยีสีเขียวและพลังงานสะอาด เพื่อเร่งสร้างเศรษฐกิจสีเขียวและสังคมคาร์บอนต่ำ


ประการสุดท้าย การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลคืออนาคตของเรา ไทยมุ่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล และเร่งดำเนินโครงการ upskill และ reskill ทักษะดิจิทัลเพื่อพัฒนาบุคลากร ในการรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต


พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เวทีพัฒนาการค้า Trade Winds ในปีนี้ จะยกระดับการค้าและการลงทุนระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ซึ่งรัฐบาลไทยพร้อมสนับสนุนการดำเนินธุรกิจเพื่อเป้าหมายร่วมกันในการสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างสมดุล เข้มแข็ง และยั่งยืนต่อไป


ทั้งนี้ การจัดการประชุม Trade Winds 2023 นี้ มีผู้เข้าร่วมมากกว่า 250 คน จากหลายภาคส่วนอุตสาหกรรม ซึ่งมาร่วมประชุม จับคู่ธุรกิจ สร้างเครือข่ายธุรกิจ และร่วมหารือกับผู้แทนรัฐบาลไทยและสหรัฐฯ ระหว่างวันที่ 13-15 มีนาคม 2566 ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้ เป็นโอกาสครบรอบ 190 ปี แห่งความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยกับสหรัฐฯ นับตั้งแต่ลงนามในสนธิสัญญาไมตรีและการพาณิชย์ เมื่อปี 2376

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ



ดู 44 ครั้ง0 ความคิดเห็น
bottom of page