กกร.และเครือข่าย Zero Corruption หารือรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย เสนอ 4 มาตรการเร่งด่วนยกระดับความโปร่งใสภาครัฐ
The Joint Standing Committee on Commerce, Industry and Banking
15 พฤษภาคม 2569 คณะทำงาน Zero Corruption: กกร.และเพื่อน ไม่ทน เข้าหารือกับ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย เพื่อเสนอแนวทางขับเคลื่อนมาตรการต่อต้านการทุจริตและยกระดับความโปร่งใสของภาครัฐ โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่โปร่งใส ลดต้นทุนแฝงจากการคอร์รัปชัน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
การหารือครั้งนี้เกิดขึ้นภายหลังภาคเอกชนสะท้อนความกังวลต่อปัญหาการทุจริตในการติดต่อกับหน่วยงานรัฐ โดยเฉพาะกระบวนการขออนุญาต การจัดซื้อจัดจ้าง และการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ ซึ่งยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการประกอบธุรกิจและการลงทุนของประเทศ
คณะทำงาน Zero Corruption ได้นำเสนอข้อเสนอหลัก 4 ประเด็นต่อรัฐบาล เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม ได้แก่
ภาคเอกชนเสนอให้รัฐบาลประกาศให้การต่อต้านทุจริตเป็น “วาระแห่งชาติ” พร้อมจัดตั้ง คณะกรรมการต่อต้านคอร์รัปชันแห่งชาติ โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เพื่อกำหนดทิศทาง นโยบาย และติดตามผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง
ข้อเสนอนี้มุ่งให้เกิดการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อสร้างกลไกที่มีอำนาจและความต่อเนื่องในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตอย่างจริงจัง
คณะทำงานเสนอให้รัฐบาลขยายการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในกระบวนการของภาครัฐอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะการนำระบบ e-License, e-Permit, One Stop Service, Integrity Pact และแนวทาง Construction Sector Transparency Initiative (CoST) มาใช้ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
มาตรการดังกล่าวจะช่วยลดการพบปะระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับผู้ประกอบการ ลดการใช้ดุลยพินิจที่ไม่จำเป็น และเพิ่มความโปร่งใสในกระบวนการอนุมัติ อนุญาต และการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ
ภาคเอกชนเสนอให้รัฐบาลยกระดับอย่างน้อย 4 หน่วยงานให้เป็นต้นแบบด้านความโปร่งใส ได้แก่ กระทรวงการคลัง กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกรุงเทพมหานคร
หน่วยงานเหล่านี้มีบทบาทเกี่ยวข้องโดยตรงกับการให้บริการประชาชนและภาคธุรกิจ จึงควรเร่งเปิดเผยข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างอย่างครบถ้วน โปร่งใส และตรวจสอบได้ เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับหน่วยงานภาครัฐอื่น ๆ
อีกหนึ่งข้อเสนอสำคัญคือการเสนอแผนงาน Reinvent Thailand และการปรับปรุงกฎหมายที่ล้าสมัยหรือเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น เกษตร ยานยนต์ สื่อสารอิเล็กทรอนิกส์ สุขภาพ ท่องเที่ยว ค้าปลีก และเศรษฐกิจสร้างสรรค์
ภาคเอกชนเห็นว่าการลดกฎระเบียบที่ซ้ำซ้อนและไม่จำเป็น จะช่วยลดช่องว่างการทุจริต ลดต้นทุนของผู้ประกอบการ และทำให้ประเทศไทยมีสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่แข่งขันได้มากขึ้น
นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย รับข้อเสนอจากคณะทำงาน Zero Corruption พร้อมระบุว่า รัฐบาลมีนโยบายชัดเจนในการต่อต้านการทุจริต โดยเฉพาะการป้องกันปัญหาการเรียกรับผลประโยชน์ในกระบวนการของรัฐ และจะนำข้อเสนอไปประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาขับเคลื่อนมาตรการที่สามารถดำเนินการได้ทันที
ทั้งนี้ ภาคเอกชนเสนอให้รัฐบาลเร่งดำเนินการใน 4 เรื่องสำคัญ เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมในระยะสั้นและระยะกลาง ได้แก่
คณะทำงาน Zero Corruption ยืนยันว่า ภาคเอกชนพร้อมทำงานร่วมกับรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อผลักดันมาตรการต่อต้านการทุจริตให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการใช้เทคโนโลยี การเปิดเผยข้อมูลภาครัฐ และการปรับปรุงกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการประกอบธุรกิจ
การหารือครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการสร้างระบบเศรษฐกิจที่โปร่งใส เป็นธรรม และตรวจสอบได้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นของนักลงทุน ยกระดับธรรมาภิบาลของประเทศ และนำประเทศไทยไปสู่เป้าหมาย Zero Corruption อย่างยั่งยืน
.jpg)
ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานคณะทำงาน Zero Corruption กกร. และประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย
พร้อมด้วยคณะทำงานฯ เข้าพบรองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย นายปกรณ์ นิลประพันธ์
.jpg)
.jpg)
.jpg)
