น้ำมันพุ่ง! สหรัฐ–อิหร่านตึงเครียด เสี่ยงยืดเยื้อกดดันตลาดโลก

ข่าวสารธุรกิจ

น้ำมันพุ่ง! สหรัฐ–อิหร่านตึงเครียด เสี่ยงยืดเยื้อกดดันตลาดโลก

ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นอีกครั้ง ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านที่มีแนวโน้มยืดเยื้อกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์ ส่งผลให้ตลาดยังคงกังวลต่อเสถียรภาพด้านพลังงานในระยะข้างหน้า
23  เมษายน 2569 
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ปัจจัยหลักที่หนุนราคาน้ำมันมาจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งยังไม่คลี่คลาย หลังทั้งสองฝ่ายยังไม่สามารถกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจาได้ โดยประธานาธิบดีสหรัฐเปิดเผยว่า ข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวอาจถูกบังคับใช้ต่อไปโดยไม่มีกำหนด ระหว่างรอข้อเสนอใหม่จากอิหร่าน ขณะที่ฝั่งอิหร่านยืนยันว่า ยังไม่มีแผนกลับมาเจรจาในระยะนี้

ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 22 เมษายน 2569 ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) อยู่ที่ 92.96 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 0.83 ดอลลาร์ ขณะที่น้ำมันดิบเบรนต์ (Brent) อยู่ที่ 101.91 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 3.43 ดอลลาร์

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือมาตรการกดดันด้านการเดินเรือ โดยสหรัฐยังคงดำเนินมาตรการปิดล้อมทางทะเล เพื่อจำกัดการขนส่งเข้า–ออกท่าเรือของอิหร่าน ขณะที่อิหร่านยังคงควบคุมเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของโลก ล่าสุดมีรายงานว่าอิหร่านได้เข้าควบคุมเรือคอนเทนเนอร์ 2 ลำ นับเป็นเหตุการณ์ครั้งแรกตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่มต้น

นอกจากนี้ บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลพลังงานอย่าง Vortexa เปิดเผยว่า มีเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่านอย่างน้อย 2 ลำ เคลื่อนเข้าสู่ทะเลอาหรับ เพื่อทดสอบมาตรการปิดล้อมของสหรัฐ สะท้อนให้เห็นว่าทั้งสองฝ่ายกำลังใช้ “เส้นทางขนส่งน้ำมัน” เป็นเครื่องมือในการต่อรองเชิงยุทธศาสตร์

อย่างไรก็ตาม ด้านอุปสงค์น้ำมันโลกเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัว โดย Gunvor คาดว่าความต้องการใช้น้ำมันอาจลดลงถึง 5 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนหน้า และเตือนว่าหากสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซยืดเยื้อนานกว่า 3 เดือน อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอย ขณะที่ Vitol Group ประเมินว่า ความขัดแย้งครั้งนี้ได้ทำให้อุปสงค์น้ำมันหายไปแล้วราว 4 ล้านบาร์เรลต่อวัน และอาจเพิ่มขึ้นหากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย

โดยภาพรวม ตลาดน้ำมันยังคงอยู่ภายใต้แรงกดดันจากทั้ง “ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์” และ “อุปสงค์ที่ชะลอตัว” ซึ่งทำให้แนวโน้มราคายังมีความผันผวนสูงในระยะต่อไป