น้ำมันโลกสะเทือน! ราคาดิ่งแรง หลังสหรัฐ-อิหร่านใกล้ปิดดีลสงบศึก
รายงานจากบลูมเบิร์ก วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 ระบุว่า ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ซึ่งเป็นราคามาตรฐานตลาดโลก ร่วงลงมากถึง 4.2% แตะระดับ 99.16 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังจากสัปดาห์ก่อนเพิ่งปรับตัวลงไปมากกว่า 5% ขณะที่น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) เคลื่อนไหวใกล้ระดับ 92 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังตลาดเริ่มคลายความกังวลต่อสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความเป็นไปได้ที่สหรัฐและอิหร่านอาจบรรลุข้อตกลงร่วมกัน เพื่อยุติความขัดแย้งและเปิดเส้นทางการขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์โพสต์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า เขาจะไม่ “เร่งรีบ” ทำข้อตกลง เพราะหลายประเด็นยังไม่ได้ข้อสรุป พร้อมยืนยันว่าการปิดล้อมช่องแคบฮอร์มุซโดยสหรัฐจะยังดำเนินต่อไปจนกว่าการเจรจาจะเสร็จสมบูรณ์
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐยังเตือนว่า แม้บรรยากาศการเจรจาจะมีความคืบหน้า แต่กระบวนการให้สัตยาบันข้อตกลงอย่างเป็นทางการอาจต้องใช้เวลาอีกหลายวัน ขณะที่หลายประเด็นสำคัญยังคงเป็นอุปสรรค ทั้งเรื่องโครงการนิวเคลียร์อิหร่าน และข้อเรียกร้องให้ปลดล็อกทรัพย์สินที่ถูกอายัด รวมถึงการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตร
ด้านสำนักข่าวกึ่งทางการ “ทาสนิม” ของอิหร่าน รายงานว่า การเจรจายังมีความเสี่ยง “ล่มได้ทุกเมื่อ” เนื่องจากทั้งสองฝ่ายยังมีจุดยืนต่างกันในหลายประเด็นสำคัญ
ตลาดพลังงานโลกเผชิญแรงสั่นสะเทือนอย่างหนักนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หลังสหรัฐและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน ก่อนที่ความขัดแย้งจะลุกลามทั่วภูมิภาคอ่าวเปอร์เซีย ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันและก๊าซ รวมถึงทำให้ผู้ผลิตหลายประเทศต้องลดกำลังการผลิตรวมกันหลายล้านบาร์เรลต่อวัน
หนึ่งในจุดยุทธศาสตร์สำคัญคือ “ช่องแคบฮอร์มุซ” ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) คิดเป็นเกือบหนึ่งในห้าของปริมาณพลังงานโลก การปิดล้อมทั้งจากฝั่งวอชิงตันและเตหะรานตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ทำให้ตลาดพลังงานทั่วโลกเผชิญภาวะผันผวนรุนแรง
หากสามารถเปิดช่องแคบฮอร์มุซได้เต็มรูปแบบอีกครั้ง จะถือเป็นข่าวดีต่อประเทศผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่ในเอเชีย ไม่ว่าจะเป็นจีน ญี่ปุ่น อินเดีย และเกาหลีใต้ ซึ่งพึ่งพาพลังงานจากตะวันออกกลางอย่างมาก
ขณะเดียวกัน ทรัมป์ยังเผชิญแรงกดดันทางการเมืองภายในประเทศเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายน เนื่องจากสงครามและความตึงเครียดในตะวันออกกลางได้ผลักดันต้นทุนพลังงานในสหรัฐให้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนราคาน้ำมันเบนซินเฉลี่ยแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2022
เควิน แฮสเซตต์ ประธานที่ปรึกษาเศรษฐกิจประจำทำเนียบขาว ให้สัมภาษณ์กับฟอกซ์นิวส์ว่า หากข้อตกลงกับอิหร่านเกิดขึ้นจริง ราคาพลังงานทั่วโลกมีแนวโน้ม “ดิ่งลงทันที” และอาจช่วยเปิดทางให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ลดอัตราดอกเบี้ยได้ในระยะต่อไป
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพราะแม้ตลาดจะเริ่มมีความหวัง แต่ความไม่แน่นอนทางการเมืองและความขัดแย้งในภูมิภาคยังอาจทำให้การเจรจาสะดุดได้ทุกเมื่อ