เงินบาทแข็งค่าเปิดตลาด 32.43 บาท/ดอลลาร์ จับตาเงินเฟ้อไทย-ตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ ชี้ทิศทางตลาดโลก
The Joint Standing Committee on Commerce, Industry and Banking
06 พฤษภาคม 2569
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ระดับ 32.43 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นจากระดับปิดก่อนหน้าที่ 32.68 บาทต่อดอลลาร์ โดยเงินบาทกลับมาแข็งค่าต่อเนื่องตามทิศทางการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ราคาน้ำมันดิบปรับลดลง และราคาทองคำเริ่มฟื้นตัวอีกครั้ง
ปัจจัยสำคัญที่ตลาดจับตาในคืนนี้ คือ รายงานตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนสหรัฐฯ เดือนเมษายน ซึ่งอาจสะท้อนแนวโน้มตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) ที่จะประกาศในวันศุกร์นี้ โดยประเมินว่าค่าเงินบาทวันนี้จะเคลื่อนไหวในกรอบ 32.30-32.60 บาทต่อดอลลาร์
ด้านปัจจัยภายในประเทศ ตลาดรอติดตามการประกาศดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนเมษายน จากกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งคาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะเร่งตัวขึ้นแตะระดับ 2% จากแรงกดดันด้านราคาพลังงาน โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นตามสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
ขณะเดียวกัน นักลงทุนทั่วโลกยังคงติดตามสถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านอย่างใกล้ชิด แม้ล่าสุดประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะประกาศระงับปฏิบัติการ “Project Freedom” ชั่วคราว เพื่อเปิดทางสู่การเจรจาสันติภาพ แต่ตลาดยังประเมินว่าความไม่แน่นอนในภูมิภาคอาจส่งผลต่อเงินเฟ้อโลกและทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)
สำหรับตลาดทองคำ ราคาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวก หลังจากร่วงแรงในวันก่อนหน้า โดยนักลงทุนยังคงเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และความผันผวนของตลาดการเงิน
นอกจากนี้ มูดี้ส์ เรทติ้งส์ ยังออกรายงานระบุว่า ไทย อินเดีย มาเลเซีย อินโดนีเซีย และเม็กซิโก เป็นกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ที่มีศักยภาพรับมือกับความผันผวนเศรษฐกิจโลกได้ดีกว่าหลายประเทศ สะท้อนความแข็งแกร่งและความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจในระยะยาว
ทั้งนี้ นักวิเคราะห์มองว่า ค่าเงินบาทระยะสั้นยังมีความเสี่ยงเคลื่อนไหวแบบ Two-way risk หรือผันผวนได้ทั้งสองทิศทาง ตามพัฒนาการของสถานการณ์ตะวันออกกลาง ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ และทิศทางเงินทุนเคลื่อนย้ายในตลาดโลก
