บาทอ่อนรับเช้า! เปิด 32.96 หลังทองคำร่วงหนัก จ่อทดสอบ 33 บาท
The Joint Standing Committee on Commerce, Industry and Banking
23 มีนาคม 2569
ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันที่ 23 มีนาคม 2569 ที่ระดับ 32.96 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลงจากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้าที่ 32.80 บาทต่อดอลลาร์ โดยมีแรงกดดันหลักจากการปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องของราคาทองคำ
นักวิเคราะห์ประเมินกรอบค่าเงินบาทในวันนี้ไว้ที่ 32.80-33.15 บาทต่อดอลลาร์ และยังมีแนวโน้มอ่อนค่าต่อเนื่อง
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาททยอยอ่อนค่าในลักษณะ Sideways Up และเข้าใกล้แนวต้านสำคัญบริเวณ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ โดยเคลื่อนไหวในกรอบ 32.65-32.98 บาทต่อดอลลาร์
แม้เงินดอลลาร์จะแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย แต่เงินบาทยังเผชิญแรงกดดันจากราคาทองคำ (XAUUSD) ที่ปรับตัวลดลงจากระดับประมาณ 4,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลงสู่โซน 4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่อาจยืดเยื้อและรุนแรงขึ้น
ปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ตลาดปรับมุมมองต่อนโยบายการเงินของธนาคารกลางหลัก โดยล่าสุดคาดว่า FED มีโอกาสขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้งในปีนี้ราว 38% ขณะที่ BOE และ ECB อาจปรับขึ้นดอกเบี้ย 3-4 ครั้ง เพื่อควบคุมเงินเฟ้อ
เงินบาทยังมีโมเมนตัมอ่อนค่า และจากความผันผวนที่สูงกว่าปกติ มีโอกาสทดสอบแนวต้านสำคัญที่ 33 บาทต่อดอลลาร์ หรืออาจไปถึง 34 บาทภายใน 1 เดือน
อย่างไรก็ตาม ค่าเงินบาทยังมีความเสี่ยงเคลื่อนไหวแบบ Two-Way ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง รวมถึงทิศทางเงินทุนของผู้เล่นในตลาด โดยเฉพาะผู้ส่งออกที่อาจทยอยขายเงินดอลลาร์บริเวณ 32.80-33.00 บาท ซึ่งจะช่วยชะลอการอ่อนค่าได้บางส่วน
แรงขายสินทรัพย์ไทยจากนักลงทุนต่างชาติเริ่มชะลอลง โดยเฉพาะในตลาดหุ้น ส่งผลให้แรงกดดันฝั่งอ่อนค่าเริ่มลดลง
ตลาดมองว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อาจขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้งในปีนี้ และอีก 1 ครั้งในปีหน้า แต่หากราคาน้ำมันปรับขึ้นแรง ธปท. อาจเลือกคงหรือปรับลดดอกเบี้ย พร้อมใช้เครื่องมืออื่นช่วยประคองเศรษฐกิจ
ในมุมนี้ ระดับบอนด์ยีลด์ไทยที่สูงขึ้นเริ่มน่าสนใจ และอาจดึงดูดเงินลงทุนต่างชาติกลับเข้ามาได้ โดยเฉพาะหากเงินบาทอ่อนค่ามากเกินไป
เงินบาทยังอยู่ในแนวโน้มอ่อนค่า ตราบใดที่เคลื่อนไหวเหนือ 32.00 บาทต่อดอลลาร์ และการทะลุกรอบ Falling Wedge ในกราฟรายวัน สะท้อนโอกาสอ่อนค่าต่อ
เป้าหมายถัดไปอยู่ที่ 33.00-33.50 บาทต่อดอลลาร์ และมีโอกาสถึง 34 บาท จากความผันผวนในระยะสั้น
ธนาคารกลางหลักทั่วโลก ทั้ง FED, BOE, ECB และ BOJ ยังคงดอกเบี้ย ท่ามกลางความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
สัปดาห์นี้ ตลาดจับตาข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ ได้แก่
รวมถึงพัฒนาการของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางราคาพลังงานและนโยบายการเงินทั่วโลก
