BAY ประเมินเงินบาทสัปดาห์นี้เคลื่อนไหว 31.20–31.65 บาท จับสัญญาณเฟด–ทองคำ–ข้อมูลจ้างงานสหรัฐฯ

ข่าวสารธุรกิจ

BAY ประเมินเงินบาทสัปดาห์นี้เคลื่อนไหว 31.20–31.65 บาท จับสัญญาณเฟด–ทองคำ–ข้อมูลจ้างงานสหรัฐฯ

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY) เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 31.20–31.65 บาทต่อดอลลาร์

05 มกราคม 2569

การอ่อนค่าของเงินบาทสอดคล้องกับทิศทางราคาทองคำในตลาดโลกที่ปรับฐานลงจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์

สำหรับภาพรวมในปี 2568 เงินบาทแข็งค่าขึ้นแล้ว 7.7% ขณะที่เงินดอลลาร์กลับมาแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก หลังรายงานการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เดือนธันวาคม ระบุว่า คณะกรรมการส่วนใหญ่ยังคงสนับสนุนการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม หากอัตราเงินเฟ้อยังคงชะลอตัวลงตามที่คาดไว้ อย่างไรก็ตาม มุมมองเกี่ยวกับแนวทางนโยบายการเงินในระยะข้างหน้ายังมีความเห็นที่แตกต่างกัน โดยรายงานการประชุมสะท้อนว่า เฟดอาจเลือกคงอัตราดอกเบี้ยในช่วงต้นปี 2569 เพื่อประเมินผลกระทบของการปรับนโยบายสู่ระดับเป็นกลางต่อภาวะตลาดแรงงานและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ รวมถึงเปิดโอกาสให้เกิดความเชื่อมั่นว่าอัตราเงินเฟ้อจะกลับสู่เป้าหมาย 2% ได้อย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ ในปี 2568 ดัชนีดอลลาร์ปรับตัวลดลงถึง 9.4% นับเป็นการปรับตัวที่ย่ำแย่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2560 ขณะที่ในสัปดาห์ที่ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทยสุทธิ 1.07 แสนล้านบาท แต่ยังคงเข้าซื้อพันธบัตรสุทธิ 6.6 หมื่นล้านบาท

สำหรับสัปดาห์นี้ นักลงทุนจะติดตามข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะดัชนี ISM ภาคการผลิตและภาคบริการ รวมถึงตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราการว่างงานเดือนธันวาคม ซึ่งหากข้อมูลตลาดแรงงานส่งสัญญาณฟื้นตัวดีขึ้น อาจทำให้การปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งถัดไปของเฟดถูกเลื่อนออกไป และส่งผลหนุนค่าเงินดอลลาร์ในระยะสั้น

อย่างไรก็ตาม แม้แนวโน้มที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนนี้จะชัดเจนขึ้น แต่ยังไม่เปลี่ยนมุมมองของกรุงศรีที่ประเมินว่า เฟดมีโอกาสปรับลดดอกเบี้ยอย่างน้อย 2 ครั้งในปี 2569 โดยคาดว่าเงินดอลลาร์ยังมีแนวโน้มอ่อนค่าลงต่อในปีนี้ จากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่แคบลงระหว่างสหรัฐฯ และประเทศเศรษฐกิจหลักอื่น ๆ

 

นอกเหนือจากปัจจัยเศรษฐกิจสหรัฐฯ ตลาดยังจับตาประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงทิศทางเงินหยวนที่แข็งค่าหลุดระดับ 7.00 หยวนต่อดอลลาร์ ซึ่งทางการจีนเริ่มแสดงท่าทีระมัดระวังมากขึ้นต่อความเร็วของการแข็งค่า ขณะที่ความกังวลด้านการคลังของญี่ปุ่นกำลังกดดันให้รัฐบาลต้องเร่งแก้ไข เพื่อฟื้นฟูเสถียรภาพของตลาดพันธบัตรญี่ปุ่นและค่าเงินเยนในปีนี้

ในระยะสั้น ค่าเงินบาทยังคงถูกชี้นำจากปัจจัยภายนอกประเทศเป็นหลัก โดยเฉพาะความผันผวนของราคาทองคำในตลาดโลก