สรุปสถานการณ์เศรษฐกิจการค้าสำคัญ ประจำสัปดาห์ 16 - 20 มีนาคม 2569
The Joint Standing Committee on Commerce, Industry and Banking
30 มีนาคม 2569
ช่วงวันที่ 16–20 มีนาคม 2569 เศรษฐกิจโลกยังคงอยู่ในภาวะ “ผันผวนสูงจากภูมิรัฐศาสตร์” โดยเฉพาะความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาพลังงาน ห่วงโซ่อุปทาน และเสถียรภาพตลาดการเงิน
แรงกดดันด้านพลังงานส่งผลให้หลายประเทศต้องเร่งใช้นโยบายการคลังและมาตรการพยุงค่าครองชีพ ขณะเดียวกัน ธนาคารกลางทั่วโลกเริ่มปรับแนวทางสื่อสารนโยบาย โดยเน้นการคาดการณ์ดอกเบี้ยแทน Forward Guidance และเตือนว่าการใช้นโยบายการเงินที่ “รุนแรงเกินไป” อาจไม่เหมาะกับวิกฤตฝั่งอุปทาน
ในภาพรวม เศรษฐกิจโลกยังมีแรงหนุนจากเทคโนโลยี โดยเฉพาะ AI แต่ถูกกดดันจากต้นทุนพลังงานและความไม่แน่นอนทางการเมืองระหว่างประเทศ
สหภาพยุโรปเตรียมออกมาตรการการคลังเพื่อลดผลกระทบจากราคาพลังงาน เช่น
สะท้อนว่ารัฐต้องเข้ามา “แทรกแซงตลาด” มากขึ้นในช่วงวิกฤตพลังงาน
เศรษฐกิจสหรัฐฯ เริ่มส่งสัญญาณ “ชะลอตัวบางส่วน”
แต่ภาคเทคโนโลยี โดยเฉพาะ AI ยังเติบโตแข็งแกร่ง เป็นแรงพยุงเศรษฐกิจสำคัญ
เศรษฐกิจจีนฟื้นตัวต่อเนื่อง
แต่ยังมี “ความไม่สมดุล”
อินเดียเผชิญวิกฤตพลังงานภายในประเทศ
รัฐบาลต้องใช้มาตรการฉุกเฉิน เช่น
สะท้อนความเปราะบางด้านพลังงานของประเทศกำลังพัฒนา
ธนาคารกลางขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องสู่ 4.1%
หากน้ำมันเกิน 100–120 ดอลลาร์/บาร์เรล อาจดันเงินเฟ้อเพิ่มอีก 0.5–1%
ไทยเน้น “ความมั่นคงด้านพลังงาน” และการขยายตลาดสินค้า
ด้านการส่งออก
สะท้อนการปรับตัวจาก “สินค้าโภคภัณฑ์ → สินค้านวัตกรรม”
ภาคท่องเที่ยวได้รับผลกระทบ
เสี่ยงกระทบ GDP หากสถานการณ์ยืดเยื้อ
เร่งลงทุนพลังงานนิวเคลียร์
เงินเฟ้อพุ่งจากราคาน้ำมัน
ต้องเร่งหาแหล่งนำเข้าน้ำมันใหม่ รวมถึงรัสเซีย
ราคาปาล์มน้ำมันมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
ราคาน้ำมันอยู่ในภาวะ “ผันผวนสูง”
Insight
ตลาดถูกขับเคลื่อนโดย
แม้มีปัจจัยกดดัน เช่น
แต่โดยรวมยังอยู่ในภาวะ “Geopolitical Risk Premium สูง”
ปัจจัยกดดัน
แม้ยังอยู่ในระดับสูง แต่เริ่มมีแรงขายระยะสั้น
เงินบาทผันผวนและอ่อนค่า
ปัจจัยหลัก





ที่มาข้อมูล สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์
