ราคาน้ำมันโลกอ่อนตัว หลังสถานการณ์ตะวันออกกลางส่งสัญญาณดีขึ้น

ข่าวสารธุรกิจ

ราคาน้ำมันโลกอ่อนตัว หลังสถานการณ์ตะวันออกกลางส่งสัญญาณดีขึ้น

ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงในวันจันทร์ (2 ก.พ.) หลังสัญญาณเชิงบวกจากเวทีการเมืองระหว่างประเทศช่วยคลายความกังวลด้านอุปทาน โดยตลาดตอบรับข่าวการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายสำคัญของโลก

03 กุมพาพันธ์ 2569

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์ก ส่งมอบเดือนมี.ค. ปรับตัวลดลง 3.07 ดอลลาร์ หรือ 4.71% ปิดที่ระดับ 62.14 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเบรนท์ ส่งมอบเดือนเดียวกัน ลดลง 3.02 ดอลลาร์ หรือ 4.36% ปิดที่ 66.30 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

แรงกดดันหลักมาจากถ้อยแถลงของ โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งระบุว่า อิหร่านกำลังอยู่ระหว่างการหารือกับสหรัฐฯ อย่างจริงจัง ส่งผลให้นักลงทุนมองว่าความตึงเครียดในตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลาย และความเสี่ยงที่อุปทานน้ำมันจะสะดุดลดลง

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เปิดเผยว่า สตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษของประธานาธิบดีสหรัฐฯ มีกำหนดพบกับ อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ที่นครอิสตันบูล ประเทศตุรกี ในวันที่ 6 ก.พ. เพื่อหารือประเด็นโครงการนิวเคลียร์และข้อเสนออื่น ๆ ของอิหร่าน

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสอดคล้องกับรายงานจากสื่อทางการของอิหร่านที่ระบุว่า มาซูด เปเซชเคียน ได้สั่งการให้เริ่มกระบวนการเจรจากับสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการ ซึ่งยิ่งตอกย้ำมุมมองว่าบรรยากาศความขัดแย้งระหว่างทั้งสองประเทศมีแนวโน้มผ่อนคลายลง

นักลงทุนยังลดความกังวลต่อภาวะชะงักงันด้านอุปทาน เนื่องจากอิหร่านเป็นผู้ผลิตน้ำมันดิบรายใหญ่อันดับ 3 ของ โอเปก รองจากซาอุดีอาระเบียและอิรัก

นอกจากนี้ ราคาน้ำมันยังถูกกดดันจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ หลังมีรายงานว่า เควิน วอร์ช ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งประธาน ธนาคารกลางสหรัฐ คนใหม่ ส่งผลให้ดัชนีดอลลาร์ปรับตัวขึ้น 0.67% ทำให้สัญญาน้ำมันซึ่งซื้อขายในรูปดอลลาร์มีต้นทุนสูงขึ้นสำหรับผู้ถือครองสกุลเงินอื่น

ขณะเดียวกัน นักวิเคราะห์มองว่าการคาดการณ์สภาพอากาศที่อบอุ่นขึ้นในสหรัฐฯ ยังซ้ำเติมแรงขายในตลาดพลังงาน โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลซึ่งใช้เป็นเชื้อเพลิงเพื่อให้ความร้อนและการผลิตไฟฟ้า ซึ่งราคาปรับตัวลดลงมากกว่า 6%