อินโดนีเซียปิดดีลการค้าสหรัฐฯ จ่อเซ็นเดือนม.ค. ภาษีนำเข้าลดเหลือ 19% ยังไม่ถึงเป้า 0%

ข่าวสารธุรกิจ

อินโดนีเซียปิดดีลการค้าสหรัฐฯ จ่อเซ็นเดือนม.ค. ภาษีนำเข้าลดเหลือ 19% ยังไม่ถึงเป้า 0%

อินโดนีเซียปิดดีลการค้าสหรัฐฯ จ่อเซ็นเดือนม.ค. ภาษีนำเข้าลดเหลือ 19% ยังไม่ถึงเป้า 0%

22 ธันวาคม 2568 

อินโดนีเซียเตรียมลงนามข้อตกลงด้านภาษีการค้ากับสหรัฐอเมริกาภายในเดือนมกราคมนี้ หลังการเจรจาทางการค้าระหว่างสองประเทศได้ข้อยุติในประเด็นสำคัญทั้งหมด โดยสหรัฐฯ กำหนดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากอินโดนีเซียไว้ที่ระดับ 19% ซึ่งปรับลดลงจากอัตราเดิม แม้จะยังไม่เป็นไปตามเป้าหมายของอินโดนีเซียที่ต้องการให้ภาษีลดลงเหลือ 0%

นายแอร์ลังกา ฮาร์ตาร์โต รัฐมนตรีประสานงานด้านเศรษฐกิจของอินโดนีเซีย เปิดเผยผ่านการแถลงข่าวทางวิดีโอคอลว่า การเจรจาทางการค้าระหว่างอินโดนีเซียและสหรัฐฯ ได้ข้อสรุปในสาระสำคัญทั้งหมดแล้ว ส่งผลให้ทั้งสองฝ่ายสามารถเดินหน้าจัดทำรายละเอียดขั้นสุดท้ายและลงนามในข้อตกลงได้ภายในสิ้นเดือนมกราคม

“ข้อตกลงดังกล่าวตั้งอยู่บนกรอบความร่วมมือทางการค้าแบบต่างตอบแทน ซึ่งมุ่งคุ้มครองผลประโยชน์ของทั้งสองประเทศอย่างสมดุล” — นายแอร์ลังกา ฮาร์ตาร์โต

ความคืบหน้าดังกล่าวมีขึ้นหลังจากคณะเจรจาของอินโดนีเซียได้พบหารือกับนายเจมิสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อคืนวันจันทร์ที่ 22 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยขณะนี้การหารือได้เข้าสู่ขั้นตอนการจัดทำร่างข้อตกลงทางกฎหมาย เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการลงนามอย่างเป็นทางการ

ทั้งนี้ คาดว่าประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ผู้นำอินโดนีเซีย และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ จะพบกันที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ในเดือนมกราคม เพื่อร่วมลงนามในข้อตกลงอย่างเป็นทางการ

ก่อนหน้านี้ อินโดนีเซียซึ่งเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เคยถูกสหรัฐฯ เรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าในอัตราสูงถึง 32% ภายใต้นโยบาย “Liberation Day” ที่ประกาศใช้เมื่อเดือนเมษายน ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะสามารถเจรจาลดอัตราภาษีลงมาเหลือ 19% ได้ภายในเดือนกรกฎาคม

ข้อตกลงที่บรรลุในเดือนธันวาคมครั้งนี้ เป็นผลสืบเนื่องจากความเข้าใจร่วมกันของผู้นำทั้งสองประเทศเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งมีการตกลงปรับลดภาษีนำเข้าสินค้าจากอินโดนีเซีย และกำหนดอัตราภาษีพิเศษสำหรับสินค้าส่งออกสำคัญของอินโดนีเซีย อาทิ น้ำมันปาล์ม กาแฟ และโกโก้ เพื่อสนับสนุนการค้าระหว่างสองประเทศในระยะต่อไป