กกร.-เพื่อนไม่.จับตา CPI ลดลง กังวลแรงกดดันต่อการลงทุนและการเข้าร่วม OECD

ข่าวสารธุรกิจ

กกร.-เพื่อนไม่.จับตา CPI ลดลง กังวลแรงกดดันต่อการลงทุนและการเข้าร่วม OECD

CPI ไทยเหลือ 33 คะแนน ต่ำสุดรอบ 14 ปี เอกชนชี้คอร์รัปชันคือต้นทุนเศรษฐกิจ เสี่ยงกระทบเส้นทางสู่ OECD

12 กุมภาพันธ์ 2569

ผลการประเมินดัชนีภาพลักษณ์การคอร์รัปชัน (Corruption Perceptions Index: CPI) ปี 2568 โดยองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ หรือ Transparency International สร้างแรงสะเทือนต่อแวดวงเศรษฐกิจไทย เมื่อประเทศไทยได้คะแนนเพียง 33 จาก 100 คะแนน อยู่อันดับ 116 ของโลก นับเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 14 ปี และต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ 42 คะแนนอย่างมีนัยสำคัญ

ตัวเลขดังกล่าวไม่เพียงสะท้อนภาพลักษณ์ด้านความโปร่งใสที่ถดถอย แต่ยังส่งสัญญาณเชิงโครงสร้างต่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ท่ามกลางบริบทเศรษฐกิจโลกที่ให้ความสำคัญกับธรรมาภิบาลและมาตรฐานสากลมากขึ้น

เอกชนห่วงผลกระทบเชิงโครงสร้าง กระทบความเชื่อมั่น-เป้า OECD

คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) และเครือข่าย “กกร. และเพื่อนไม่ทน” แสดงความกังวลว่า แนวโน้มคะแนนที่ลดลง โดยเฉพาะในมิติที่สะท้อนมุมมองของนักลงทุนและภาคธุรกิจ อาจกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ อันดับขีดความสามารถในการแข่งขัน และเป้าหมายระยะยาวของไทยในการเข้าร่วมองค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ หรือ Organisation for Economic Co-operation and Development (OECD)

ภาคเอกชนมองว่า ปัญหาคอร์รัปชันไม่ได้เป็นเพียงประเด็นด้านศีลธรรม แต่เป็น “ต้นทุนทางเศรษฐกิจ” ที่บั่นทอนศักยภาพประเทศ ทั้งในแง่ต้นทุนแฝงของธุรกิจ ความไม่เป็นธรรมในการแข่งขัน และความไม่แน่นอนของกระบวนการยุติธรรม

เครือข่ายเพื่อนไม่ทนระบุว่า ในยุคที่เงินทุนเคลื่อนย้ายได้อย่างรวดเร็ว ประเทศที่ขาดความโปร่งใสจะเผชิญความเสี่ยงในการถูกลดอันดับความน่าเชื่อถือ ถูกชะลอการลงทุน และเสียโอกาสในการเป็นฐานการผลิตหรือศูนย์กลางธุรกิจระดับภูมิภาค

รัฐบาลรักษาการยังมีบทบาท ต้องเร่งยกระดับธรรมาภิบาล

แม้รัฐบาลอยู่ในสถานะรักษาการ แต่ภาคเอกชนเห็นว่ายังมีอำนาจเชิงบริหารเพียงพอในการรักษาเสถียรภาพและภาพลักษณ์ประเทศ จึงควรเร่งผลักดันมาตรการยกระดับธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และหลักนิติธรรม ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล

ข้อเสนอหลักที่ถูกหยิบยก ได้แก่

  • เสริมความเป็นอิสระและประสิทธิภาพของกระบวนการยุติธรรม

  • ลดอิทธิพลที่ไม่เหมาะสมต่อการตัดสินใจเชิงนโยบาย

  • ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน

  • คุ้มครองผู้แจ้งเบาะแสอย่างเป็นรูปธรรม

  • เพิ่มความโปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้างและการใช้งบประมาณ

ภาคเอกชนระบุว่า การแก้ไขต้องเป็นการปฏิรูปเชิงระบบ ไม่ใช่มาตรการเฉพาะหน้า เพื่อสร้างความเชื่อมั่นระยะยาว

“Connect-the-Dots” เชื่อมข้อมูลรัฐ ปิดช่องว่างทุจริต

หนึ่งในข้อเสนอสำคัญคือแนวคิด “Connect-the-Dots” หรือการเชื่อมโยงฐานข้อมูลข้ามหน่วยงานภาครัฐ เพื่อลดช่องว่างข้อมูลที่มักกลายเป็นพื้นที่สีเทาของการทุจริต พร้อมเสนอจัดตั้งกลไกกลางในรูปแบบ Data Bureau เพื่อสนับสนุนการกำกับดูแลและบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ

หน่วยงานที่ควรบูรณาการข้อมูล อาทิ

  • ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

  • สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)

  • สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

  • สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)

  • กรมศุลกากร

แนวทางดังกล่าวมุ่งใช้ Big Data และเทคโนโลยีดิจิทัลตรวจจับความผิดปกติแบบเรียลไทม์ ลดการพึ่งพาการร้องเรียนภายหลัง และเพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมาย

เดินหน้ากรอบ 6 ด้านต้านทุจริต พร้อมสะท้อน “10 สินบน”

เครือข่าย “กกร. และเพื่อนไม่ทน” ยืนยันเดินหน้ากรอบดำเนินงาน 6 ด้าน ได้แก่

  1. ปลูกฝังจิตสำนึก

  2. นโยบายต่อต้านทุจริตที่ชัดเจน

  3. ระบบบริหารความเสี่ยง

  4. เทคโนโลยีและข้อมูล

  5. Open Data

  6. ช่องทางร้องเรียนที่ปลอดภัย

พร้อมเตรียมผลักดันประเด็น “10 สินบนที่ภาคเอกชนต้องจ่าย” เพื่อสะท้อนต้นทุนแฝงที่บิดเบือนกลไกตลาด และทำลายการแข่งขันที่เป็นธรรม

เดิมพันเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจไทย

ภาคเอกชนเตือนว่า หากไม่เร่งแก้ไขอย่างจริงจัง ไทยอาจเผชิญความเสี่ยงเชิงระบบ ทั้งการสูญเสียโอกาสดึงดูดการลงทุน การถูกกดดันด้านอันดับความน่าเชื่อถือ การชะลอยกระดับมาตรฐานสากล และการสะดุดเส้นทางสู่ OECD

ในยุคที่การแข่งขันระดับโลกเข้มข้น “ความโปร่งใส” กลายเป็นปัจจัยเชิงยุทธศาสตร์ ไม่ต่างจากโครงสร้างพื้นฐาน คุณภาพแรงงาน หรือเสถียรภาพทางเศรษฐกิจมหภาค

กกร. และเครือข่ายฯ ย้ำว่า ภาคเอกชนพร้อมทำงานร่วมกับภาครัฐเพื่อผลักดันให้ความโปร่งใสเป็นรากฐานของการค้า การลงทุน และการเติบโตที่มีคุณภาพและยั่งยืนของประเทศไทยในระยะยาว