กกร. ห่วงเศรษฐกิจไทยเผชิญแรงกดดัน เร่งรับมือภัยธรรมชาติ–ต้นทุนการเงินพุ่ง

ข่าวสาร

กกร. ห่วงเศรษฐกิจไทยเผชิญแรงกดดัน เร่งรับมือภัยธรรมชาติ–ต้นทุนการเงินพุ่ง

เมื่อวันที่ 07 ตุลาคม 2569 ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) นายวรกฤต จารุวงศ์ภัค เลขาธิการ สมาคมธนาคารไทยและ นายปณิธาน ปวโรฬาร เลขาธิการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ร่วมแถลงข่าว โดยที่ประชุมกล่าวถึง 

ราคาน้ำมันดิบยังปรับตัวสูงขึ้น แม้ว่า Supply จากตะวันออกกลางจะกลับมาใกล้เคียงระดับก่อนความขัดแย้ง สะท้อนความเปราะบางในตะวันออกกลางและน้ำมันสำรองที่อยู่ในระดับต่ำ โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวเพิ่มขึ้น จากเดือนกันยายนที่ 95 มาอยู่ที่ 102 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ตลาดการเงิน ผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวสหรัฐ 30 ปี แตะระดับ 5% สูงสุดในรอบ 20 ปี ตามความกังวลฐานะการคลังสหรัฐฯ และการเร่งระดมทุนของกลุ่ม Hyperscaler ส่งผลให้พันธบัตรระยะยาวหลายประเทศรวมทั้งไทยในเดือนกันยายนปรับเพิ่มขึ้น กระทบต่อต้นทุน การกู้ยืมภาคเอกชนและค่าเงินบาทเสี่ยงอ่อนค่า

ภัยธรรมชาติกำลังกลายเป็นความเสี่ยงเชิงโครงสร้างต่อเศรษฐกิจไทย

ภัยธรรมชาติกำลังกลายเป็นความเสี่ยงเชิงโครงสร้างต่อเศรษฐกิจไทย โดยที่ผ่านมา ภาครัฐต้องใช้งบประมาณเฉลี่ย 5–6 หมื่นล้านบาทต่อปี ในการเยียวยาความเสียหายจากภัยธรรมชาติ ขณะที่สถานการณ์น้ำท่วมในปัจจุบันส่งผลกระทบ ต่อภาคเกษตร การผลิตภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ และ Supply Chain ในภาคกลางและภาคตะวันออก รวมถึงภาคการท่องเที่ยว ตลอดจนสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินของภาคธุรกิจและประชาชน ซึ่งยังไม่สามารถประเมิน มูลค่าได้ อีกทั้งยังเพิ่มภาระหนี้สิน และกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน

กกร. เสนอเร่งแก้ปัญหาภัยธรรมชาติอย่างเป็นระบบ

กกร. เห็นว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ โดยให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมในการป้องกันและบริหารความเสี่ยงเชิงรุก ควบคู่กับการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการรับมือและปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Resilience) โดยเฉพาะการพัฒนาระบบเตือนภัยล่วงหน้า (Early Warning) ในระดับพื้นที่ให้รวดเร็ว แม่นยำ และมีข้อมูลเพียงพอ ต่อการตัดสินใจ เพื่อให้ประชาชนและภาคธุรกิจสามารถเตรียมรับมือได้ทันท่วงที

พร้อมยกระดับระบบบริหารจัดการน้ำและโครงสร้างพื้นฐานอย่างครบวงจร ตั้งแต่การกักเก็บ การส่งและระบายน้ำ การจัดเตรียมพื้นที่รองรับน้ำหลาก ไปจนถึงการป้องกันพื้นที่เศรษฐกิจและนิคมอุตสาหกรรม

ขณะเดียวกัน จำเป็นต้องบูรณาการการวางผังเมืองและการใช้ประโยชน์ที่ดินให้สอดคล้องกับทิศทางการไหลของน้ำ และความเสี่ยงจากอุทกภัย โดยคำนึงถึงการรักษาทางน้ำและพื้นที่รับน้ำ ตลอดจนกำหนดแนวทางพัฒนาพื้นที่ชุมชน และอุตสาหกรรมอย่างเหมาะสม ควบคู่กับการพัฒนากลไกประกันภัยพิบัติ เพื่อลดความสูญเสียทางเศรษฐกิจ รักษาความต่อเนื่องของภาคการผลิต ฟื้นฟูความเชื่อมั่นของนักลงทุน และเสริมความมั่นคงด้านน้ำของประเทศ ในระยะยาว

กกร. เตรียมเสนอรัฐบาลเร่งรับมืออุทกภัย

ทั้งนี้ กกร. เตรียมจัดทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อผลักดันให้ภาครัฐเร่งพิจารณาแนวทางการเตรียมความพร้อม รับมืออุทกภัยของประเทศไทย พร้อมเสนอให้มีผู้แทนภาคเอกชนเข้าร่วมเป็นอนุกรรมการในคณะอนุกรรมการ ด้านการบริหารจัดการน้ำทั้ง 3 คณะของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เพื่อให้การกำหนดนโยบายและมาตรการ สอดคล้องกับสถานการณ์และความต้องการของภาคธุรกิจ

ขณะเดียวกัน กกร. มีมติจัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อประเมินผลกระทบจากอุทกภัยและจัดทำข้อเสนอแนวทางการฟื้นฟู เพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบและเร่งฟื้นฟูกิจกรรมทางเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม

ภาครัฐและภาคเอกชนมีทิศทางสอดคล้องกันในการยกระดับเศรษฐกิจไทย

ภาครัฐและภาคเอกชนมีทิศทางสอดคล้องกันในการยกระดับเศรษฐกิจไทย โดยแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 14 ตั้งเป้าให้เศรษฐกิจ เติบโตไม่ต่ำกว่า 3% ต่อปี และ GDP ในอุตสาหกรรมเป้าหมายขยายตัว 5.5% ซึ่งสอดรับกับ 7 กลุ่มธุรกิจภายใต้ Reinvent Thailand และข้อเสนอของธนาคารโลก โดย กกร. พร้อมร่วมขับเคลื่อนผ่านกลไก กรอ. ใน 3 ระยะ ได้แก่ Stabilize Today แก้ปัญหาเร่งด่วนและปลดล็อกอุปสรรค Transition Now เร่งการปรับตัวสู่เทคโนโลยีและมาตรฐานใหม่ และ Invest for Tomorrow ลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ทักษะ และโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อสร้างการเติบโตที่แข็งแกร่งและยั่งยืน

การประชุม IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026

การประชุม IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026 ที่จะจัดขึ้นในสัปดาห์หน้า จะรวบรวมผู้นำ ผู้กำหนดนโยบาย และผู้บริหารจากทั่วโลกกว่า 15,000 คน ถือเป็นอีกหนึ่งจังหวะสำคัญที่ต่อเนื่อง จากงาน Bangkok Business Summit 2026 เพื่อนำเสนอศักยภาพและทิศทางใหม่ของไทยสู่เวทีโลก สร้างความเชื่อมั่น แก่นักลงทุน และเปิดโอกาสให้ธุรกิจไทยเชื่อมโยงกับตลาดและเครือข่ายระดับโลก ก่อนก้าวสู่บทบาทประธานอาเซียน ในปี 2028

ทั้งนี้ ประเด็นหารือในเวทีนี้ล้วนเกี่ยวข้องกับทิศทางเศรษฐกิจ การดำเนินธุรกิจ นโยบายภาครัฐ และคุณภาพชีวิต ของประชาชน จึงเป็นวาระที่ทั้งภาคธุรกิจและคนไทยควรติดตาม พร้อมร่วมเป็นเจ้าบ้านที่ดีและนำเสนอศักยภาพของไทย สู่สายตาประชาคมโลก

กรอบประมาณการเศรษฐกิจปี 2569 ของ กกร.

%YoY ปี 2568 ปี 2569
(ณ มิ.ย. 69–ส.ค. 69)
ปี 2569
(ณ ก.ย.–ต.ค. 69)
GDP 2.4 1.6 ถึง 2.0 2.1 ถึง 2.5
ส่งออก 12.9 8.0 ถึง 10.0 12.0 ถึง 16.0
เงินเฟ้อ -0.1 2.5 ถึง 3.0 2.5 ถึง 3.0

ที่มา: สศช. พณ. และประมาณการโดย กกร.

 

แถลงข่าวโดย

ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์     :      ประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย

คุณผยง ศรีวณิช     :      ประธานกรรมการสมาคมธนาคารไทย

คุณพิมพ์ใจ ลือสิระสกุล     :      ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย