สรุปสถานการณ์เศรษฐกิจการค้าสำคัญ ประจำสัปดาห์ 9 - 13 กุมภาพันธ์ 2569

ข่าวสารธุรกิจ

สรุปสถานการณ์เศรษฐกิจการค้าสำคัญ ประจำสัปดาห์ 9 - 13 กุมภาพันธ์ 2569

WEEKLY BRIEFING WORLD ECONOMIC UPDATE

9 – 13 กุมภาพันธ์ 2569

25 กุมภาพันธ์ 2569

ภาพรวมเศรษฐกิจโลก

สัปดาห์ 9–13 กุมภาพันธ์ 2569 เศรษฐกิจโลกยังเผชิญแรงกดดันจากภูมิรัฐศาสตร์ ความไม่แน่นอนด้านการค้า และทิศทางดอกเบี้ยสหรัฐฯ ขณะที่หลายประเทศเร่งปรับยุทธศาสตร์อุตสาหกรรม เทคโนโลยี และความมั่นคงห่วงโซ่อุปทาน เพื่อรองรับความเสี่ยงระยะยาว โดยรายงานของ UNCTAD ชี้ว่าแม้ภาคบริการในประเทศพัฒนาน้อยที่สุด (LDCs) ขยายตัวเร็ว แต่ยังเป็นกิจกรรมผลิตภาพต่ำและงานนอกระบบ ทำให้รายได้ต่อหัวยังเปราะบาง และเสี่ยงเพิ่มความเหลื่อมล้ำหากไม่บูรณาการเชิงโครงสร้างอย่างจริงจัง


ความเคลื่อนไหวสำคัญรายประเทศ

สหภาพยุโรป

European Union เสนอขยายมาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย (ชุดที่ 20) ครอบคลุมท่าเรือในประเทศที่สาม เช่น คูเลวี (จอร์เจีย) และคาริมุน (อินโดนีเซีย) พร้อมเพิ่มข้อจำกัดนำเข้าโลหะบางประเภท และเพิ่มสถาบันการเงินในเอเชียกลางเข้าในบัญชีคว่ำบาตร สะท้อนท่าทีเข้มงวดต่อสงครามรัสเซีย–ยูเครน อย่างไรก็ดี ต้องได้รับความเห็นชอบเป็นเอกฉันท์จากสมาชิกจึงจะมีผลบังคับใช้

จีน

สมาคมผู้ผลิตรถยนต์จีน (CAAM) รายงานยอดขายรถยนต์เดือน ม.ค. 69 ลดลง 19.5% YoY เหลือ 1.4 ล้านคัน จากการแข่งขันสูงและการลดเงินอุดหนุนรถราคาประหยัด อย่างไรก็ตาม การส่งออกรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) เพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่า สะท้อนการเร่งขยายตลาดต่างประเทศเพื่อลดแรงกดดันในประเทศ

อินเดีย

อินเดียเปิดนำเข้าน้ำมันถั่วเหลืองและกากโปรตีนจากสหรัฐฯ ปลอดภาษีภายใต้กรอบการค้าใหม่ ส่งผลให้ราคาถั่วเหลืองลดลง 10% และข้าวโพดลดลง 4% กดดันเกษตรกรในประเทศ และอาจนำไปสู่แรงต้านทางการเมือง หากอุปทานล้นตลาดรุนแรงขึ้น

สหรัฐอเมริกา

กระทรวงการคลังรายงานเดือน ม.ค. 69 ขาดดุลงบประมาณ 95 พันล้านดอลลาร์ ลดลง 26% YoY จากรายได้ภาษีศุลกากรที่เพิ่มขึ้น หากปรับปัจจัยปฏิทิน ขาดดุลลดลงถึง 63% สะท้อนผลของมาตรการภาษีนำเข้า ขณะที่ตลาดยังจับตาทิศทางดอกเบี้ยของ Federal Reserve อย่างใกล้ชิด

ออสเตรเลีย

Australian Bureau of Statistics ระบุการใช้จ่ายครัวเรือน ธ.ค. 68 ลดลง 0.4% MoM หลังเร่งใช้จ่ายช่วงเทศกาลก่อนหน้า แม้ YoY ยังขยายตัว 5% สะท้อนกำลังซื้อเริ่มชะลอ


เศรษฐกิจไทย

ต่างชาติลงทุนในไทยปี 2568 สูงถึง 3.24 แสนล้านบาท ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตและคอมพิวเตอร์คิดเป็น 57% ตอกย้ำบทบาทฐานการผลิตโลก โดยปี 2569 การลงทุนในเทคโนโลยีขั้นสูง สุขภาพ และความยั่งยืนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ไทยควรเร่งถ่ายทอดเทคโนโลยีและเชื่อมโยง SMEs เป็น Sub-contractor เพื่อเพิ่มมูลค่าในประเทศ

ด้านแรงงาน งานศึกษาของ TDRI ชี้ AI ทำให้ความต้องการจ้างงานปี 67–68 ลดลง 9.6% กระทบบัณฑิตจบใหม่มากที่สุด หากกำลังซื้อคนรุ่นใหม่หดตัว อาจกระทบการบริโภคในระยะต่อไป ภาครัฐควรเร่งทักษะ AI และส่งเสริม Micro Entrepreneurship


เศรษฐกิจเอเชีย–แปซิฟิก

ไต้หวัน

รายงานของ Bloomberg ประเมินว่าความตึงเครียดช่องแคบไต้หวันอาจฉุด GDP โลก 9.6% เนื่องจากไต้หวันครองส่วนแบ่งตลาดชิปขั้นสูงกว่า 62% ไทยควรวางตัวเป็นกลางทางภูมิรัฐศาสตร์ และดึงลงทุนต้นน้ำ–กลางน้ำในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์

ญี่ปุ่น

พรรค Liberal Democratic Party (LDP) ชนะเลือกตั้ง 316 ที่นั่ง หนุนนโยบายกระชับสหรัฐฯ และ De-risk from China อาจเร่งย้ายฐานผลิตสู่อาเซียน ไทยควรวางตำแหน่งเป็น Trusted Partner และ Japanese Co-Production Hub

เวียดนาม

ประกาศยุทธศาสตร์เหล็ก 2030–2050 ผลิตเหล็กเกรดพิเศษ ลดนำเข้า และต่อยอดส่งออก ไทยต้องเร่งพัฒนาเหล็กคาร์บอนต่ำ รองรับ CBAM และตลาด ESG

มาเลเซีย

ธนาคารกลางจับมือเอกชนเปิด Sandbox เงินริงกิตดิจิทัลและ Tokenized Deposits ภายในปี 69 หนุนธุรกรรม B2B ข้ามแดน ไทยต้องเร่งปรับตัวสู่โครงสร้างการเงินดิจิทัล


สถานการณ์ตลาดสำคัญ

ราคาน้ำมันดิบ

  • WTI เฉลี่ย 63.74 USD/BBL

  • Brent เฉลี่ย 68.50 USD/BBL
    ราคาผันผวนจากความตึงเครียดสหรัฐฯ–อิหร่าน และคาดการณ์อุปสงค์ที่ IEA ปรับลด แนวโน้มสัปดาห์หน้าเคลื่อนไหวในกรอบจำกัด

ราคาทองคำ

ทองคำโลกเฉลี่ย 5,037.38 USD/oz (+3.2%)
ทองคำไทยเฉลี่ย 74,140 บาท (+1.1%)
แรงหนุนจากความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์ การซื้อทองคำของจีน และเงินทุนไหลเข้า ETF คาดสัปดาห์หน้าแกว่งในกรอบ 4,962–5,113 USD/oz

อัตราแลกเปลี่ยน

เงินบาทแข็งค่าสุดในรอบ 2 สัปดาห์ที่ 30.05 บาท/ดอลลาร์ จากเงินทุนไหลเข้าและราคาทองคำสูง ก่อนอ่อนค่าปลายสัปดาห์ตามดอลลาร์ที่แข็งค่าจากตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ แนวโน้มสัปดาห์หน้าแข็งค่าได้จำกัด ขึ้นกับทิศทางดอกเบี้ย Fed และสถานการณ์สหรัฐฯ–อิหร่าน


ประเด็นที่ต้องติดตาม

  • ทิศทางดอกเบี้ยของ Fed และรายงาน FOMC

  • ความตึงเครียดสหรัฐฯ–อิหร่าน

  • เสถียรภาพการเมืองไทยและการจัดตั้งรัฐบาล

  • ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ไต้หวัน

  • เงินทุนเคลื่อนย้ายในภูมิภาคเอเชีย

โดยรวม เศรษฐกิจโลกยังอยู่ในภาวะ “เปราะบางแต่ไม่ถดถอย” การวางยุทธศาสตร์เชิงรุกด้านเทคโนโลยี ห่วงโซ่อุปทาน และความเป็นกลางทางภูมิรัฐศาสตร์ จะเป็นปัจจัยชี้ขาดความสามารถแข่งขันของไทยในระยะต่อไป

 

ที่มาข้อมูล สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า