สรุปสถานการณ์เศรษฐกิจการค้าสำคัญ ประจำสัปดาห์ 9 - 13 มีนาคม 2569

ข่าวสารธุรกิจ

สรุปสถานการณ์เศรษฐกิจการค้าสำคัญ ประจำสัปดาห์ 9 - 13 มีนาคม 2569

WEEKLY BRIEFING WORLD ECONOMIC UPDATE

9 – 13 มีนาคม 2569

20 มีนาคม 2569

ภาพรวมเศรษฐกิจโลก

ช่วงวันที่ 9–13 มีนาคม 2569 เศรษฐกิจโลกยังเผชิญแรงกดดันจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อราคาพลังงานและเสถียรภาพห่วงโซ่อุปทาน โดย UNCTAD เตือนว่าความเสี่ยงด้านการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซอาจกระทบการค้าพลังงาน ปุ๋ย และสินค้าเกษตรทั่วโลก และอาจซ้ำเติมแรงกดดันด้านค่าครองชีพ โดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนา

ขณะเดียวกัน ภาคยานยนต์ไฟฟ้าโลกเริ่มชะลอตัว โดยยอดจดทะเบียน EV ทั่วโลกลดลง 11% YoY เหลือเพียงกว่า 1 ล้านคัน สะท้อนการปรับตัวของตลาดหลังการเติบโตเร่งตัวในช่วงก่อนหน้า


ความเคลื่อนไหวสำคัญรายประเทศ

จีน

การค้าจีนช่วง ม.ค.–ก.พ. 2569 ขยายตัวต่อเนื่อง

  • ส่งออกเพิ่มขึ้น 21.8% (YoY)

  • นำเข้าเพิ่มขึ้น 19.8% (YoY)

โดยจีนยังคงตั้งเป้า GDP ปี 2569 ที่ 4.5–5% และยังพึ่งพาการส่งออกเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก ท่ามกลางแรงกดดันจากมาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ


เยอรมนี

อัตราเงินเฟ้อเดือน ก.พ. อยู่ที่ 1.9% (YoY) ชะลอลงจาก 2.1% ในเดือนก่อน

  • ราคาพลังงานลดลง 1.9% (YoY)

  • ราคาพลังงานครัวเรือนลดลง 3.5% (YoY)

สะท้อนแรงกดดันเงินเฟ้อที่เริ่มผ่อนคลาย แต่ราคาสินค้าอาหารยังคงเป็นปัจจัยกดดันสำคัญ


สหรัฐอเมริกา

สหรัฐฯ เดินหน้าใช้นโยบายการค้าภายใต้มาตรา 301 โดยเตรียมไต่สวน 16 ประเด็นเกี่ยวกับการค้าที่ไม่เป็นธรรม และอาจขยายมาตรการภาษีเพิ่มเติม โดยคาดว่าจะมีความชัดเจนภายในช่วงเดือนเมษายน–พฤษภาคม 2569


อินเดีย

อินเดียผ่อนคลายกฎ FDI จากจีนในบางอุตสาหกรรม เช่น

  • อิเล็กทรอนิกส์

  • สินค้าทุน

  • พลังงานแสงอาทิตย์

เพื่อแก้ปัญหาการขาดเงินลงทุน และเร่งการเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่


เศรษฐกิจไทย

ภาครัฐไทยยังคงควบคุมราคาสินค้าและดูแลค่าครองชีพอย่างใกล้ชิด แม้ราคาพลังงานโลกจะผันผวนสูง โดยยืนยันว่าปริมาณสินค้าอุปโภคบริโภคยังเพียงพอ

ขณะเดียวกัน มีมาตรการกระตุ้น SMEs ผ่านโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ

  • ดอกเบี้ย 1% ต่อปี

  • ระยะเวลากู้สูงสุด 5 ปี

เน้น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่

  1. Transformation SMEs

  2. Enhancement SMEs

  3. ธุรกิจท่องเที่ยว


เศรษฐกิจเอเชีย–แปซิฟิก

ญี่ปุ่น

ญี่ปุ่นเตรียมระบายน้ำมันสำรองภายใน 16 มีนาคม 2569 เพื่อรับมือราคาพลังงานที่พุ่งสูงจากความขัดแย้งตะวันออกกลาง


ฟิลิปปินส์

มีความเสี่ยงเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นจากราคาน้ำมัน และอาจต้องใช้นโยบายดอกเบี้ยควบคุม หากราคาน้ำมันทะลุ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล


เวียดนาม

กำลังเป็นฐานสำคัญในห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์

  • มีบริษัทออกแบบชิปมากกว่า 50 บริษัท

  • วิศวกรกว่า 7,000 คน


สิงคโปร์

ตลาดแรงงานฟื้นตัว โดยยอดสมัครงานสูงสุดในรอบ 7 เดือน สะท้อนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจดิจิทัล


สถานการณ์ตลาดสำคัญ

ราคาน้ำมันดิบ

ราคาน้ำมันดิบได้รับแรงหนุนจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางและความเสี่ยงด้านการขนส่ง

  • WTI เฉลี่ย = 90.30 ดอลลาร์/บาร์เรล

  • Brent เฉลี่ย = 94.80 ดอลลาร์/บาร์เรล

ค่าเฉลี่ยช่วง 1–12 มี.ค. 2569

  • WTI = 83.73 USD/BBL

  • Brent = 88.65 USD/BBL

 การเปลี่ยนแปลง (YoY เดือน มี.ค.)

  • WTI +23.24%

  • Brent +24.04%

 Insight
ตลาดอยู่ในภาวะ “ตึงตัวจากภูมิรัฐศาสตร์” โดยเฉพาะความเสี่ยงในช่องแคบฮอร์มุซ และการโจมตีเรือขนส่ง ส่งผลให้ราคาน้ำมันผันผวนสูง


แนวโน้มราคาน้ำมัน (16–20 มี.ค. 2569)

มีแนวโน้ม “ผันผวนระดับสูง”

  • ปัจจัยหนุน: ความขัดแย้งตะวันออกกลาง

  • ปัจจัยกดดัน: ความเป็นไปได้ที่ IEA ปล่อยน้ำมันสำรอง


ราคาทองคำ

  • ทองคำโลกเฉลี่ย 5,130.63 USD/oz (-0.3%)

  • ทองคำไทยเฉลี่ย 77,790 บาท (-0.4%)

แม้ปรับลดเล็กน้อย แต่ยังอยู่ในระดับสูงจากแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย


อัตราแลกเปลี่ยน

เงินบาทอ่อนค่าลงแตะ

  • 32.23 บาท/ดอลลาร์ (อ่อนค่าสุดในรอบ ~3 เดือนครึ่ง)

ค่าเฉลี่ยเดือน มี.ค.

  • 31.76 บาท/ดอลลาร์ (+1.62% MoM)


ประเด็นที่ต้องติดตาม

  • สถานการณ์ตะวันออกกลางและเส้นทางขนส่งน้ำมัน

  • ทิศทางราคาน้ำมันโลก

  • นโยบายดอกเบี้ยของ Fed

  • เงินทุนเคลื่อนย้ายและค่าเงินบาท

  • มาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ


สรุปภาพรวม

เศรษฐกิจโลกอยู่ในภาวะ “ผันผวนสูงจากภูมิรัฐศาสตร์” โดยเฉพาะราคาพลังงานที่กลับมาเป็นปัจจัยหลักอีกครั้ง ขณะที่ไทยยังสามารถประคองเศรษฐกิจได้จากมาตรการภาครัฐและการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม หากราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง อาจส่งผลต่อเงินเฟ้อ ต้นทุนธุรกิจ และกำลังซื้อในระยะถัดไป

ที่มาข้อมูล สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า