ตะวันออกกลางปะทุ! น้ำมันพุ่งทันที ตลาดผวาเสี่ยงปิดช่องแคบฮอร์มุส
The Joint Standing Committee on Commerce, Industry and Banking
2 มีนาคม 2569
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) รายงานว่า ตลาดซื้อขายเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 ปรับตัวขึ้นจากแรงซื้อเพื่อป้องกันความเสี่ยง หลังมีรายงานว่าอิสราเอลและสหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านด้วยขีปนาวุธ ส่งผลให้เกิดเหตุระเบิดในกรุงเตหะรานและหลายเมืองสำคัญ
ตลาดกังวลว่า หากความขัดแย้งลุกลามจนกระทบการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุส อาจทำให้อุปทานน้ำมันโลกตึงตัวทันที เนื่องจากน้ำมันดิบมากกว่า 20% ของโลกต้องขนส่งผ่านเส้นทางดังกล่าว
เวสต์เทกซัส (WTI) อยู่ที่ 67.02 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +1.81 ดอลลาร์
เบรนต์ (Brent) อยู่ที่ 72.48 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +1.73 ดอลลาร์
นอกจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์แล้ว ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากปัจจัยอื่น ได้แก่
1 ซาอุดีอาระเบียเตรียมขึ้นราคาขายเอเชีย มีการคาดการณ์ว่า ซาอุดีอาระเบียจะปรับเพิ่มราคาขายน้ำมันดิบให้ลูกค้าในเอเชียสำหรับเดือนเมษายน 2569 อีก 1 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งถือเป็นการปรับขึ้นครั้งแรกในรอบ 5 เดือน สะท้อนอุปสงค์ที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะจากอินเดียที่เพิ่มการนำเข้าเพื่อทดแทนน้ำมันรัสเซีย
2 แท่นขุดเจาะสหรัฐฯ ลดลง Baker Hughes รายงานว่า จำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบสหรัฐฯ ณ สัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 ลดลง 2 แท่น เหลือ 407 แท่น ขณะที่แท่นขุดเจาะก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้น 1 แท่น อยู่ที่ 134 แท่น สะท้อนแนวโน้มอุปทานที่อาจไม่เร่งตัวมากนัก
แม้กลุ่ม OPEC+ มีมติเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2569 ให้เพิ่มกำลังการผลิตในเดือนเมษายนอีก 0.206 ล้านบาร์เรลต่อวัน แต่ตลาดยังให้น้ำหนักกับปัจจัยความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์มากกว่า โดยเฉพาะประเด็นช่องแคบฮอร์มุสที่ถือเป็น “คอขวดพลังงานโลก”
สถานการณ์ตะวันออกกลางที่ร้อนแรงกำลังกลายเป็นตัวแปรสำคัญต่อตลาดพลังงานโลกในระยะสั้น แม้จะมีสัญญาณเพิ่มกำลังผลิตจาก OPEC+ แต่ความกังวลด้านอุปทานยังเป็นแรงผลักดันหลักที่ทำให้ราคาน้ำมันเคลื่อนไหวในทิศทางขาขึ้น
หากความตึงเครียดไม่คลี่คลาย ราคาน้ำมันอาจเผชิญความผันผวนสูงต่อเนื่องในช่วงไตรมาส 2 นี้