คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ระบุว่า การที่ S&P Global Ratings คงอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยที่ระดับ BBB+ พร้อมคงมุมมองความน่าเชื่อถือ (Outlook) ที่ระดับ "มีเสถียรภาพ" สอดคล้องกับ Moody’s ที่คงอันดับเครดิตไทยที่ระดับ Baa1 และปรับมุมมองเป็น "มีเสถียรภาพ" สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างประเทศต่อศักยภาพของประเทศไทยในการบริหารนโยบายเศรษฐกิจมหภาคและนโยบายการคลังอย่างรอบคอบ
กกร. ระบุว่า ประเทศไทยยังมีฐานะการเงินระหว่างประเทศที่แข็งแกร่ง สามารถรองรับความผันผวนจากเศรษฐกิจโลก ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และการเปลี่ยนแปลงของภูมิทัศน์การค้าโลกได้อย่างต่อเนื่อง
การได้รับการยืนยันอันดับเครดิตจากสถาบันจัดอันดับชั้นนำของโลก ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกที่สะท้อนว่าพื้นฐานเศรษฐกิจไทยยังคงแข็งแกร่งและมีเสถียรภาพ จากความต่อเนื่องในการดำเนินนโยบายภาครัฐ รวมถึงการผลักดันโครงการลงทุนใหม่และการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้สอดคล้องกับแนวโน้มเศรษฐกิจโลก
อย่างไรก็ตาม กกร. เห็นว่า การรักษาความเชื่อมั่นในระยะยาวจำเป็นต้องเร่งเดินหน้าการปฏิรูปเชิงโครงสร้างอย่างจริงจัง เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน เพิ่มศักยภาพการเติบโต และเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยผลิตภาพ นวัตกรรม คุณภาพ และความยั่งยืน
กกร. สนับสนุนให้ภาครัฐดำเนินนโยบายเศรษฐกิจแบบมุ่งเป้า (Targeted Policy) ควบคู่กับการรักษาวินัยการคลัง โดยเน้นการลงทุนที่สร้างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจสูงและกระจายประโยชน์สู่ทุกภาคส่วนของห่วงโซ่อุปทาน
พร้อมกันนี้ ยังเสนอให้ลดมาตรการอุดหนุนแบบเหวี่ยงแหที่อาจนำไปสู่การพึ่งพาการช่วยเหลือจากภาครัฐในระยะยาว รวมถึงเร่งปรับปรุงกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุนและการดำเนินธุรกิจ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
นอกจากนี้ กกร. สนับสนุนการผลักดันประเทศไทยเข้าสู่การเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ซึ่งถือเป็นกรอบอ้างอิงสำคัญในการยกระดับประเทศ ทั้งด้านหลักนิติธรรม ธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และการเปิดเผยข้อมูลภาครัฐ
การเข้าสู่ OECD ยังเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับอุตสาหกรรมสำคัญของประเทศร่วมกับภาคส่วนต่าง ๆ และองค์กรระหว่างประเทศ อาทิ ธนาคารโลก สะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยกำลังกำหนดทิศทางการเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจอย่างเป็นระบบ สู่โมเดลการเติบโตที่ขับเคลื่อนด้วยมูลค่าเพิ่ม ผลิตภาพ และการสร้างงานคุณภาพสูง
กกร. ระบุว่า แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับกรอบ Reinvent Thailand ซึ่งจะช่วยสร้างเครื่องยนต์การเติบโตทางเศรษฐกิจใหม่ (New Growth Engine) เสริมความเชื่อมั่นของนักลงทุน และตอกย้ำความน่าเชื่อถือของการปฏิรูปเศรษฐกิจไทยในเวทีโลก
ภาคเอกชนไทยพร้อมสนับสนุนรัฐบาลอย่างเต็มกำลังในการขับเคลื่อนวาระปฏิรูป ผ่านการลงทุน การยกระดับห่วงโซ่อุปทาน การพัฒนา SMEs และความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจ ภาคการเงิน ตลาดทุน และภาครัฐอย่างครบวงจร
พร้อมกันนี้ ภาคเอกชนยังพร้อมทำงานร่วมกันผ่านคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) เพื่อผลักดันมาตรการสำคัญให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม
กกร. เชื่อว่า หากประเทศไทยสามารถรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและวินัยการคลัง ควบคู่กับการปฏิรูปที่มีเป้าหมายชัดเจนและสามารถดำเนินการได้จริง จะช่วยเสริมความเชื่อมั่นของนักลงทุนและสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ พร้อมวางรากฐานให้เศรษฐกิจไทยแข่งขันได้ในระดับภูมิภาค มี National Champion ที่แข็งแกร่ง และเติบโตอย่างทั่วถึงและยั่งยืนในระยะยาว
ที่มา : คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.)
คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) / 18 มิถุนายน 2569