ธุรกิจไทยยังติดหล่มสินบน! เอกชนกว่า 60% เจอสัญญาณเรียกผลประโยชน์จากภาครัฐ

ข่าวสารธุรกิจ

ธุรกิจไทยยังติดหล่มสินบน! เอกชนกว่า 60% เจอสัญญาณเรียกผลประโยชน์จากภาครัฐ

14  พฤษภาคม 2569 
ปัญหาคอร์รัปชั่นยังคงเป็น “ต้นทุนแฝง” สำคัญที่บั่นทอนความเชื่อมั่นภาคธุรกิจไทยอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดผลสำรวจความคิดเห็นของภาคเอกชนทั่วประเทศสะท้อนภาพชัดว่า ผู้ประกอบการจำนวนมากยังต้องเผชิญกับระบบราชการที่ซับซ้อน การใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ และการเรียกรับผลประโยชน์เพื่อแลกกับความสะดวกในการดำเนินธุรกิจ

นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของภาคเอกชนเกี่ยวกับความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการของภาครัฐ ภายใต้โครงการ “คนไทยไม่ทนคอร์รัปชั่น” สำรวจกลุ่มตัวอย่างภาคธุรกิจ 401 ตัวอย่างทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 26 มีนาคม – 10 เมษายน 2569

ผลสำรวจพบว่า ผู้ประกอบการถึง 58.8% มองว่าปัญหาคอร์รัปชั่นเป็นอุปสรรค “มากถึงมากที่สุด” ต่อการดำเนินธุรกิจ โดยแบ่งเป็น 30.8% ที่มองว่าเป็นอุปสรรคมาก และอีก 28.0% มองว่าเป็นอุปสรรคอย่างมาก ขณะที่ 30.3% มองว่าเป็นอุปสรรคระดับปานกลาง

เอกชนมองคอร์รัปชั่น “แย่ลง” เมื่อเทียบ 3 ปีก่อน

[ เว้นพื้นที่สำหรับภาพอินโฟกราฟิก ]

เมื่อเปรียบเทียบสถานการณ์คอร์รัปชั่นกับช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ผู้ประกอบการ 51.2% มองว่าสถานการณ์ “แย่ลง” โดยแบ่งเป็น 27.5% ที่เห็นว่าแย่ลงมาก และ 23.7% ระบุว่าแย่ลง ขณะที่ 48.5% มองว่าสถานการณ์ยัง “เท่าเดิม” ส่วนผู้ที่มองว่าดีขึ้นมีเพียง 0.3% เท่านั้น

นอกจากนี้ ภาคธุรกิจยังสะท้อนว่าการติดต่องานกับหน่วยงานภาครัฐมีความยุ่งยากมากขึ้น โดย 51% ระบุว่าความซับซ้อนในการติดต่อราชการเพิ่มขึ้น ขณะที่ 42% มองว่าไม่เปลี่ยนแปลง และมีเพียง 3% ที่เห็นว่าลดลง

ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนว่า ระบบราชการยังเป็นภาระทั้งด้านเวลา ต้นทุน และความไม่แน่นอนในการประกอบธุรกิจ

แฉ “สินบน-เงินหล่อลื่น” ยังฝังลึกในระบบอนุญาตรัฐ

ผลสำรวจระบุว่า ในการขออนุญาตหรือขออนุมัติจากหน่วยงานรัฐครั้งล่าสุด มีผู้ตอบแบบสอบถามถึง 60.9% ที่เคยพบ “สัญญาณ” การเรียกรับผลประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นเงิน ของกำนัล หรือสิ่งตอบแทนอื่น เพื่อให้กระบวนการดำเนินไปอย่างรวดเร็วหรือราบรื่น

รูปแบบที่พบประกอบด้วย

  • สื่อเป็นนัยเล็กน้อย 25.4%
  • สื่อเป็นนัยค่อนข้างชัดเจน 10.2%
  • ร้องขออย่างชัดเจน 17.2%
  • และบางส่วนระบุว่าเกิดขึ้นจนกลายเป็น “เรื่องปกติ”

ขณะเดียวกัน 45.9% ของผู้ตอบแบบสอบถามยอมรับว่า เคยให้เงิน ของขวัญ หรือผลประโยชน์แก่เจ้าหน้าที่รัฐเพื่ออำนวยความสะดวกในการดำเนินงาน

รูปแบบผลประโยชน์ที่พบมากที่สุด ได้แก่

  • เงินสด 46.6%
  • ของขวัญหรือเลี้ยงรับรอง 23.1%
  • การขอบริจาคหรือสปอนเซอร์ 18.7%
  • การบังคับใช้ผู้รับเหมาหรือที่ปรึกษาเฉพาะราย 3.8%

“เงินหล่อลื่น” ยังถูกมองว่าช่วยให้งานเร็วขึ้น

[ เว้นพื้นที่สำหรับภาพประกอบ ]

สำหรับประเด็น “ค่าความสะดวก” หรือ “เงินหล่อลื่น” ผู้ตอบ 52.3% มองว่ามีผลช่วยให้งานกับหน่วยงานรัฐดำเนินเร็วขึ้นในระดับต่าง ๆ โดย

  • 29.4% มองว่ามีผลปานกลาง
  • 20.8% มองว่ามีผลมาก
  • 2.1% มองว่ามีผลอย่างมาก

ขณะที่ 26.6% ระบุว่าไม่มีผลเลย

ผลสำรวจยังพบว่า ช่องทางที่เสี่ยงต่อการเรียกรับสินบนมากที่สุดคือ

  1. การขอใบอนุญาตหรืออนุมัติจากภาครัฐ 67.3%
  2. การตรวจสอบหรือกำกับดูแลโดยเจ้าหน้าที่รัฐ 40.2%
  3. กระบวนการภาษีหรือการตรวจสอบภาษี 36.9%
  4. การต่ออายุใบอนุญาต 26.1%
  5. การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ 26.1%

จัดซื้อจัดจ้างรัฐยังถูกตั้งคำถาม

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือ การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ โดยผลสำรวจพบว่า ผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยยังพบพฤติกรรมที่ส่อถึงความไม่โปร่งใส

แม้ 36.4% จะระบุว่าไม่พบสัญญาณผิดปกติ แต่ยังมีอีกจำนวนมากที่พบว่า

  • มีบุคคลอ้างว่าสามารถ “ช่วยให้ชนะประมูล” ได้ 27.3%
  • ได้รับการแนะนำให้ใช้ตัวกลางหรือที่ปรึกษาบางราย 27.3%
  • พบการเปลี่ยนเงื่อนไข TOR ช่วงท้าย 9.1%
  • หรือกำหนดคุณสมบัติเฉพาะเจาะจงจนเหลือคู่แข่งน้อย 9.1%

นอกจากนี้ 43% ของผู้ตอบแบบสอบถามเชื่อว่า ธุรกิจในอุตสาหกรรมเดียวกันต้องจ่าย “เงินพิเศษ” ให้ข้าราชการเพื่อให้ได้สัญญารัฐ โดยสัดส่วนเงินที่จ่ายมากที่สุดอยู่ที่ 11-15% ของมูลค่างาน

เอกชนชี้ “ระบบซับซ้อน-ดุลพินิจสูง” ต้นเหตุสินบน

ผลสำรวจสะท้อนว่า เหตุผลสำคัญที่ทำให้ภาคธุรกิจยอมจ่ายสินบน ได้แก่

  • ขั้นตอนราชการซับซ้อน 29.1%
  • กฎหมายเปิดช่องใช้ดุลพินิจมากเกินไป 25.0%
  • การแก้ปัญหาจากการทำผิดระเบียบ 18.8%

ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการจำนวนมากยังไม่มั่นใจระบบร้องเรียนของรัฐ โดย 56.5% ระบุว่า “ไม่กล้าร้องเรียน” หากพบการเรียกรับผลประโยชน์ เพราะกังวลเรื่องผลกระทบและความปลอดภัย

ด้านความเชื่อมั่นต่อระบบ Whistleblowing ของรัฐ พบว่า 52.3% “ไม่มั่นใจเลย” และมีเพียง 11.1% ที่มั่นใจมาก

เอกชนจี้รัฐเร่งใช้ E-Government ลดคอร์รัปชั่น

[ เว้นพื้นที่สำหรับภาพกราฟ/Quote ]

สำหรับข้อเสนอเชิงนโยบาย ภาคเอกชนมองว่า มาตรการที่ช่วยลดคอร์รัปชั่นได้มากที่สุด คือ

  • การใช้ระบบดิจิทัล E-Government และ E-Procurement เพื่อลดการเผชิญหน้าระหว่างเจ้าหน้าที่กับผู้ประกอบการ 16.0%
  • เพิ่มบทลงโทษเจ้าหน้าที่รัฐที่ทุจริต 15.3%
  • เพิ่มบทลงโทษเอกชนที่ให้สินบน 14.2%
  • เพิ่มความโปร่งใสในกระบวนการอนุญาตและจัดซื้อจัดจ้าง 11.5%

ส่วนมาตรการ “ถอนรากถอนโคน” ที่ภาคธุรกิจต้องการมากที่สุด ได้แก่

  1. ปฏิรูปกฎหมาย ลดขั้นตอน หรือ Regulatory Guillotine 26.5%
  2. เปิดเผยข้อมูลสัญญาเชิงรุกแบบ Open Contracting 22.5%
  3. ใช้ระบบ Digital Interface 100% 19.5%

รายงานยังเสนอให้ภาครัฐเปิดเผยข้อมูลโครงการและงบประมาณในรูปแบบที่ประชาชนตรวจสอบได้ง่าย ลดการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ รวมถึงปรับระบบร้องเรียนให้ปลอดภัยและปกปิดตัวตนผู้แจ้งเบาะแส

“มานะ นิมิตรมงคล” ชี้ปัญหาสินบนเกิดจริงแทบทุกหน่วยงาน

นาย มานะ นิมิตรมงคล ประธาน องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) กล่าวว่า ผลสำรวจสะท้อนว่า ปัญหาการเรียกรับสินบนเกิดขึ้นจริงในหลายหน่วยงาน โดยเฉพาะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการอนุมัติ อนุญาต และให้บริการภาครัฐ

พร้อมระบุว่า หน่วยงานจำนวน 26 แห่งที่ถูกกล่าวถึงในการสำรวจ ถือเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงต่อการเกิดคอร์รัปชั่น และรัฐบาลต้องเร่งตอบคำถามให้ได้ว่าจะจัดการปัญหานี้อย่างไร เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติ

นายมานะยังเรียกร้องให้หน่วยงานตรวจสอบอย่าง สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน, สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ เร่งตรวจสอบหน่วยงานที่มีความเสี่ยงอย่างจริงจัง

เปิดช่องร้องเรียน “Corruption Boss” ฟ้องโกงไม่ต้องเปิดชื่อ

ภาคประชาชนและภาคธุรกิจยังถูกเชิญชวนให้แจ้งเบาะแสการทุจริตผ่านระบบ “Corruption Boss” และ “แชทฟ้องโกงทันใจ” บนแอปพลิเคชัน DAI ซึ่งเปิดให้ร้องเรียนโดยไม่จำเป็นต้องระบุชื่อ เบอร์โทรศัพท์ หรือเลขบัตรประชาชน เพื่อเพิ่มความปลอดภัยแก่ผู้แจ้งข้อมูล

ข้อเรียกร้องสำคัญจากภาคเอกชนคือ หากประเทศไทยต้องการฟื้นความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจและดึงดูดการลงทุน การแก้ปัญหาคอร์รัปชั่นต้องเกิดขึ้นอย่างจริงจัง เป็นรูปธรรม และเริ่มจากการปรับระบบราชการให้โปร่งใส ตรวจสอบได้ และลดโอกาสการใช้อำนาจโดยมิชอบในทุกระดับ