ผู้ส่งออกไทยคาดสหรัฐเร่งนำเข้า ช่วงภาษีชั่วคราว 10–15% เปิดจังหวะเพิ่มส่งออกระยะสั้น

ข่าวสารธุรกิจ

ผู้ส่งออกไทยคาดสหรัฐเร่งนำเข้า ช่วงภาษีชั่วคราว 10–15% เปิดจังหวะเพิ่มส่งออกระยะสั้น

การเปลี่ยนแปลงมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐล่าสุด ถูกมองว่าอาจกลายเป็นทั้งความเสี่ยงและโอกาสของภาคส่งออกไทย

23 กุมภาพันธ์ 2569

โดยผู้นำเข้าสหรัฐมีแนวโน้มเร่งสั่งซื้อสินค้าในช่วงที่อัตราภาษีอยู่ในระดับ 10–15% ซึ่งต่ำกว่าที่ไทยเคยเผชิญก่อนหน้า และเป็นมาตรการชั่วคราวที่มีกรอบเวลาไม่เกิน 150 วัน

ศาลสูงสหรัฐวินิจฉัยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ฝ่ายบริหารออกมาตรการใหม่

เมื่อวันที่ 20 ก.พ. 2569 ศาลฎีกาสหรัฐมีคำวินิจฉัยว่าการจัดเก็บภาษีศุลกากรต่างตอบแทนตามกฎหมาย International Emergency Economic Powers Act (IEEPA) ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ภายหลังคำวินิจฉัยดังกล่าว ประธานาธิบดีสหรัฐได้ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารใช้อำนาจตามมาตรา 122 ของ Trade Act 1974 จัดเก็บภาษีนำเข้าทั่วโลกในอัตรา 10% มีผลตั้งแต่เวลา 00.01 น. วันที่ 24 ก.พ. 2569 ก่อนจะประกาศใช้อัตรา 15% ซึ่งเป็นระดับที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย แม้ยังไม่มีคำสั่งฝ่ายบริหารเพิ่มเติมอย่างเป็นทางการ

มาตรา 122 เป็นเครื่องมือที่ฝ่ายบริหารสามารถใช้ได้โดยไม่ต้องผ่านสภาคองเกรส แต่มีข้อจำกัดด้านระยะเวลาไม่เกิน 150 วัน จึงถูกมองว่าเป็นมาตรการชั่วคราวเพื่อเร่งกระบวนการเจรจาการค้าในระยะสั้น

หอการค้าไทยชี้ 3 ความเสี่ยงหลัก

ภาคธุรกิจไทยประเมินว่า สถานการณ์ดังกล่าวเพิ่มแรงกดดันใน 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่

  1. ความเสี่ยงด้านต้นทุนและความสามารถแข่งขัน เนื่องจากภาษีนำเข้าที่เพิ่มขึ้นอาจกระทบอุตสาหกรรมที่มีกำไรต่ำ

  2. ความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบ ซึ่งส่งผลต่อการวางแผนธุรกิจในช่วง 150 วันของมาตรการ

  3. การปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานโลก ที่อาจเร่งการย้ายฐานการผลิตและเพิ่มการแข่งขันด้านการดึงดูดการลงทุน

อย่างไรก็ตาม อัตราภาษี 10–15% ยังต่ำกว่าระดับ 19% ที่ไทยเคยเผชิญ จึงถือว่าแรงกระทบครั้งนี้อยู่ในระดับที่ภาคธุรกิจสามารถบริหารจัดการได้

คาดผู้นำเข้าสหรัฐเร่งออร์เดอร์ ใช้ประโยชน์จากช่วงภาษีชั่วคราว

ภาคเอกชนมองว่าในอีกมุมหนึ่ง มาตรการดังกล่าวอาจเปิดโอกาสเชิงการค้า เนื่องจากผู้นำเข้าสหรัฐมีแนวโน้มเร่งนำเข้าสินค้าในช่วงที่อัตราภาษีอยู่ในระดับต่ำกว่าก่อนหน้า และเพื่อป้องกันความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าในอนาคต

สถานการณ์นี้จึงอาจเป็นจังหวะให้ไทยผลักดันการส่งออกไปยังตลาดสหรัฐเพิ่มขึ้นในระยะสั้น

ค่าเงินบาทเป็นตัวแปรสำคัญ

อีกปัจจัยที่ต้องติดตามคือความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน หากเงินดอลลาร์อ่อนค่าและเงินบาทแข็งค่าขึ้น จะยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อความสามารถแข่งขันของผู้ส่งออกไทย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่มีอัตรากำไรต่ำ เนื่องจากการค้าระหว่างประเทศยังอิงสกุลเงินดอลลาร์เป็นหลัก

การคืนภาษีเป็นสิทธิของผู้นำเข้าสหรัฐ

สำหรับประเด็นการคืนเงินภาษีจากคำวินิจฉัยของศาลสูงสหรัฐ ผู้มีสิทธิขอคืนเงินตามกฎหมายคือผู้นำเข้าสหรัฐ ซึ่งเป็นผู้ชำระภาษีศุลกากร ไม่ใช่ผู้ส่งออกไทย

ในทางปฏิบัติ การแบ่งภาระภาษีมีหลายรูปแบบ ทั้งกรณีผู้ส่งออกไทยลดราคาสินค้าเพื่อช่วยผู้นำเข้า หรือกรณีมีข้อตกลงแบ่งภาระภาษีตามสัดส่วน และบางกรณีอาจมีเงื่อนไขในสัญญาที่เปิดช่องให้ได้รับส่วนแบ่งคืนภายหลัง อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนและเงื่อนไขการขอคืนภาษียังต้องรอความชัดเจนจากหน่วยงานสหรัฐ

ภาคส่งออกไทยยังเดินหน้าต่อ

สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทยประเมินว่า การส่งออกไทยในระยะสั้นยังดำเนินต่อไปตามปกติ เนื่องจากภาษีนำเข้าเป็นภาระของผู้นำเข้าสหรัฐโดยตรง ขณะที่ผู้ส่งออกไทยได้เตรียมรับมือความเสี่ยงจากมาตรการภาษีไว้ล่วงหน้าแล้ว

อย่างไรก็ดี ภาคเอกชนยังย้ำถึงความจำเป็นในการกระจายตลาด ปรับซัพพลายเชน และเตรียมข้อมูลชี้แจงประเด็นที่สหรัฐกังวล ทั้งด้านต้นทุน การอุดหนุน การทุ่มตลาด มาตรฐานแรงงาน สิ่งแวดล้อม และทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อรองรับการเจรจาภายใต้กรอบเวลา 150 วันของมาตรการดังกล่าว