ส่งออกไทยเสี่ยงติดลบ! นำเข้าพุ่งแรง ดุลการค้าขาดดุลต่อเนื่อง ท่ามกลางสงคราม-ศก.โลกชะลอ
ข้อมูลจากศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ (SCB EIC) ระบุว่า มูลค่าการส่งออกของไทยในเดือนกุมภาพันธ์อยู่ที่ 29,439.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 9.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ชะลอลงจาก 24.4% ในเดือนก่อนหน้า และต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 15.8% อีกทั้งเมื่อปรับฤดูกาลแล้ว การส่งออกยังหดตัวถึง -11.1% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า (MoM)
แม้ภาพรวมในช่วง 2 เดือนแรกของปี การส่งออกยังขยายตัวได้ 17% แต่สัญญาณการชะลอตัวเริ่มปรากฏชัด โดยเฉพาะหลังความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่เริ่มทวีความรุนแรงในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์
ในทางตรงกันข้าม การนำเข้าของไทยในเดือนกุมภาพันธ์กลับขยายตัวอย่างเร่งตัว โดยมีมูลค่าอยู่ที่ 32,273.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 31.8%YoY ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดในรอบ 50 เดือน และสูงกว่าที่ตลาดประเมินไว้ ส่งผลให้ดุลการค้าในเดือนดังกล่าวขาดดุล -2,833.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และทำให้ในช่วง 2 เดือนแรกของปี ไทยขาดดุลสะสมแล้ว -6,137.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
แรงขับเคลื่อนหลักของการส่งออกไทยยังคงมาจากสินค้าในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งขยายตัวสูงถึง 56.8% โดยเฉพาะสินค้าอย่างคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์สื่อสาร และชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเติบโตในระดับสูง
ทั้งนี้ สินค้าอิเล็กทรอนิกส์เพียงหมวดเดียวมีส่วนช่วยให้การส่งออกไทยขยายตัวถึง 9.5% จากการเติบโตทั้งหมด 9.9% สะท้อนให้เห็นถึงโครงสร้างการส่งออกของไทยที่ยังพึ่งพาสินค้ากลุ่มเดียวในระดับสูง ซึ่งอาจเป็นความเสี่ยงในระยะยาว

การวิเคราะห์ โดย SCB EIC ณ 24 มีนาคม 2026 จากข้อมูลกระทรวงพาณิชย์
การส่งออกไทยไปยังสหรัฐยังคงขยายตัวได้ดีที่ 40.5% และมีบทบาทสำคัญต่อการเติบโตโดยรวม อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงด้านนโยบายการค้ากำลังเพิ่มสูงขึ้น หลังสหรัฐประกาศเตรียมสอบสวนประเทศคู่ค้า รวมถึงไทย ภายใต้มาตรา 301 ของกฎหมายการค้าปี 1974
ประเด็นดังกล่าวเพิ่มความเป็นไปได้ที่ไทยอาจเผชิญมาตรการภาษีนำเข้าเพิ่มเติมในระยะถัดไป โดยเฉพาะในบริบทที่ไทยมีดุลการค้าเกินดุลกับสหรัฐเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
การขยายตัวของการนำเข้ามีแรงขับเคลื่อนสำคัญจากสินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูป รวมถึงสินค้าทุน โดยเฉพาะเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเทคโนโลยี เช่น Data Center
นอกจากนี้ การนำเข้าทองคำที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก รวมถึงการนำเข้าสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วน ยังสะท้อนถึงบทบาทของไทยในห่วงโซ่อุปทานโลกที่ยังต้องพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ โดยเฉพาะจากจีนและไต้หวัน
ภาพดังกล่าวชี้ให้เห็นถึงข้อจำกัดเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจไทย ที่ยังไม่สามารถผลิตสินค้าทุนและเทคโนโลยีขั้นสูงได้เพียงพอภายในประเทศ
SCB EIC ประเมินว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะส่งผลกระทบต่อการค้าไทยทั้งทางตรงและทางอ้อม แม้สัดส่วนการส่งออกไปยังภูมิภาคดังกล่าวจะอยู่ในระดับไม่สูง แต่บางอุตสาหกรรมมีการพึ่งพาตลาดนี้ในระดับสูง
ขณะเดียวกัน ผลกระทบทางอ้อมผ่านราคาพลังงานและการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกมีน้ำหนักมากกว่า โดยเฉพาะในตลาดหลักของไทยอย่างเอเชียและยุโรป ซึ่งมีสัดส่วนรวมกันถึง 65% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด
ในมิติของดุลการค้า ไทยยังเผชิญแรงกดดันจากการเป็นประเทศผู้นำเข้าพลังงานสุทธิในระดับสูง โดยมีสัดส่วนการนำเข้าพลังงานประมาณ 8% ของ GDP และพึ่งพาการนำเข้าจากตะวันออกกลางสูงถึง 59% ซึ่งทำให้ต้นทุนการนำเข้าเพิ่มขึ้นทันทีเมื่อราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้น
ภายใต้ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ กระทรวงพาณิชย์ประเมินแนวโน้มการส่งออกไทยในปี 2569 ไว้ 3 กรณี ได้แก่
สะท้อนให้เห็นว่าการฟื้นตัวของภาคการค้าของไทยยังเผชิญข้อจำกัดหลายด้าน และมีความเสี่ยงที่การส่งออกทั้งปีอาจกลับมาติดลบ
ที่มา การวิเคราะห์ โดย SCB EIC ณ 24 มีนาคม 2026 จากข้อมูลกระทรวงพาณิชย์