เศรษฐกิจเวียดนามโตเกินคาด Q4/68 ขยายตัว 8.46% สูงสุดรอบทศวรรษ แม้เผชิญแรงกดดันภาษีสหรัฐ

ข่าวสารธุรกิจ

เศรษฐกิจเวียดนามโตเกินคาด Q4/68 ขยายตัว 8.46% สูงสุดรอบทศวรรษ แม้เผชิญแรงกดดันภาษีสหรัฐ

เวียดนามผงาด! GDP ไตรมาส 4 โตแรง 8.46% สูงสุดในรอบ 10 ปี ฝ่าภาษีทรัมป์-ส่งออกพุ่งไม่หยุด

6 มกราคม 2569
 

เศรษฐกิจเวียดนามส่งสัญญาณฟื้นตัวแข็งแกร่งเกินความคาดหมายในช่วงปลายปี 2568 โดยผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ในไตรมาส 4 ขยายตัวถึง 8.46% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน นับเป็นอัตราการเติบโตสูงสุดในรอบกว่า 10 ปี ท่ามกลางแรงกดดันจากมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐในยุคประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2569 อ้างอิงข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติเวียดนามในกรุงฮานอย ระบุว่า ตัวเลข GDP ไตรมาส 4 ดังกล่าวสูงกว่าการคาดการณ์ทั้งหมดในการสำรวจของบลูมเบิร์ก ซึ่งมีค่ากลางอยู่ที่ 7.7% โดยทางการชี้ว่าเป็นการเติบโตของไตรมาสสุดท้ายที่เร็วที่สุดนับตั้งแต่ปี 2554

อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณาทั้งปี 2568 เศรษฐกิจเวียดนามขยายตัว 8.02% แม้จะยังต่ำกว่าเป้าหมายของรัฐบาลที่ตั้งไว้ในกรอบ 8.3%–8.5% แต่ก็ยังสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของประเทศในฐานะหนึ่งในเศรษฐกิจที่เติบโตเร็วที่สุดของโลก

แรงขับเคลื่อนสำคัญมาจาก ภาคการผลิต การลงทุน และการส่งออก ประกอบกับนโยบายการเงินที่เอื้อต่อการเติบโต การปล่อยสินเชื่อเชิงรุก ค่าเงินดองที่อ่อนค่าลง รวมถึงการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว ซึ่งช่วยให้เวียดนามสามารถรับมือกับมาตรการจัดเก็บภาษีนำเข้า 20% ของสหรัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ตลอดทั้งสองสมัยของประธานาธิบดีทรัมป์ เวียดนามก้าวขึ้นมาเป็น มหาอำนาจด้านการส่งออก และกลายเป็นหนึ่งในประเทศที่สหรัฐจับตามองในฐานะคู่ค้าที่ได้เปรียบดุลการค้า โดยภาคการผลิตและการส่งออกไปยังตลาดสหรัฐขยายตัวอย่างรวดเร็ว หลังรัฐบาลสหรัฐใช้มาตรการจำกัดการค้ากับจีน ส่งผลให้บริษัทข้ามชาติจำนวนมากย้ายฐานการผลิตมายังเวียดนามเพื่อหลีกเลี่ยงภาษี

ข้อมูลล่าสุดระบุว่า การส่งออกในเดือนที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นเกือบ 24% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่ภาคการผลิตขยายตัวมากกว่า 10% ในไตรมาส 4 กลายเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจโดยรวม

อย่างไรก็ตาม ความพยายามเร่งการเติบโตทางเศรษฐกิจของเวียดนามยังมาพร้อมกับความเสี่ยง โดยภาคธนาคารเริ่มเผชิญภาวะสภาพคล่องตึงตัว หลังการปล่อยสินเชื่อในปีที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นถึง 17.9% สูงกว่าการเติบโตของเงินฝากซึ่งขยายตัวเพียง 14% ตามการเปิดเผยของธนาคารกลางเวียดนาม

 

หน่วยงานกำกับดูแลจึงต้องออกมาตรการเสริมสภาพคล่อง อาทิ การทำธุรกรรมสวอปเงินดอลลาร์ เพื่อรักษาเสถียรภาพของระบบการเงิน ขณะที่ก่อนหน้านี้ ฟิทช์ เรทติ้งส์ ได้ออกมาเตือนว่า การขยายตัวของสินเชื่อในภาคธนาคารเวียดนามที่รวดเร็วต่อเนื่องหลายปี กำลังก่อให้เกิดความเสี่ยงเพิ่มขึ้น เนื่องจากอัตราการเติบโตของสินเชื่อสูงกว่าการขยายตัวทางเศรษฐกิจโดยรวมอย่างมีนัยสำคัญ

ที่มาข้อมูล Bloomberg