คณะทำงาน Zero Corruption: กกร. และเพื่อนไม่ทน เข้าพบ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย

Zero Corruption

คณะทำงาน Zero Corruption: กกร. และเพื่อนไม่ทน เข้าพบ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย

เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2569 ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ นำผู้แทนคณะทำงาน Zero Corruption: กกร. และเพื่อนไม่ทน เข้าพบ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย เพื่อนำเสนอแนวทางการแก้ไขและปรับปรุงกฎหมายลำดับรองที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจใน 7 อุตสาหกรรมเป้าหมาย

ในการหารือครั้งนี้ ภาคเอกชนได้สะท้อนปัญหาสำคัญหลายประการ อาทิ ความยุ่งยากซับซ้อนของข้อบังคับทางกฎหมายที่ล้าสมัย การใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่รัฐที่อาจนำไปสู่ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน ตลอดจนเสนอให้รัฐบาลเร่งผลักดันระบบการเชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐ (Data Sharing / Single Gateway) ปรับปรุงมาตรการปกป้องทางการค้าให้มีประสิทธิภาพและรวดเร็วยิ่งขึ้น รวมถึงปลดล็อกข้อจำกัดด้านพลังงานหมุนเวียนเพื่อให้สอดรับกับบริบทเศรษฐกิจโลกยุคใหม่

ข้อเสนอแนะและมุมมองจากรองนายกรัฐมนตรี

นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย เห็นด้วยกับข้อเสนอของภาคเอกชน และได้ให้ข้อเสนอแนะที่สำคัญ ดังนี้

1. ต้องแก้ไขที่วิธีคิด ไม่ใช่เพียงแก้กฎหมายเป็นรายจุด

รองนายกรัฐมนตรีเห็นว่า กฎหมายจำนวนมากในปัจจุบันเป็น “กฎหมายของโลกเก่า” ที่กำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงและการถูก Disrupt การแก้ไขเฉพาะบางประเด็นอาจไม่ก่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างแท้จริง จึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยน “วิธีคิด” ในการออกแบบกฎหมายใหม่ทั้งระบบให้สอดคล้องกับบริบทของโลกยุคปัจจุบัน

2. เร่งผลักดันการเชื่อมโยงข้อมูล (Data Sharing / Open Data)

ควรผลักดันการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐให้เป็นระบบเดียว เพื่อลดความซ้ำซ้อน ลดภาระของประชาชนและภาคธุรกิจ เพิ่มความโปร่งใสในการดำเนินงานของภาครัฐ และช่วยลดโอกาสการเกิดปัญหาคอร์รัปชันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3. ร่วมกันหา “เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่” (New Engine)

รองนายกรัฐมนตรีได้ฝากโจทย์สำคัญให้ภาคเอกชนร่วมกันพิจารณาว่า นอกเหนือจากการแก้ไขกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อธุรกิจในปัจจุบัน ประเทศไทยควรมี “เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่” ใดบ้าง เพื่อรองรับธุรกิจแห่งอนาคต และเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการพัฒนาประเทศในระยะยาว

แนวทางดำเนินงานในระยะต่อไป (Action Plans)

เพื่อให้ผลการหารือเกิดผลเป็นรูปธรรมและสามารถขับเคลื่อนได้จริง รองนายกรัฐมนตรีได้กำหนดกรอบการดำเนินงานและระยะเวลาที่ชัดเจน ดังนี้

1. จัดตั้งคณะทำงานร่วมภาครัฐและเอกชน

ให้จัดตั้งคณะทำงานชุดเล็ก โดยมีเลขาธิการ ก.พ.ร. เป็นประธาน ประกอบด้วยผู้แทนจาก กกร. สถาบันละ 3 คน รวม 9 คน ผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา 3 คน และผู้แทนจากสำนักงาน ก.พ.ร. อีก 3 คน

2. จัดทำแผนงานและคัดเลือกประเด็นเร่งด่วน (Quick Wins)

คณะทำงานจะนำข้อเสนอทั้งหมดมาพิจารณา คัดกรอง และจัดลำดับความสำคัญ เพื่อคัดเลือกประเด็นที่สามารถดำเนินการได้ทันที หรือเป็นประเด็นที่สามารถแก้ไขปัญหาได้หลายด้านพร้อมกัน มาเป็นโครงการนำร่อง

3. เปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ

นำข้อเสนอการปรับปรุงกฎหมายเข้าสู่ระบบรับฟังความคิดเห็นส่วนกลาง เป็นระยะเวลา 30 วัน เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น

4. เสนอคณะรัฐมนตรีภายใน 2 เดือน

ตั้งเป้าหมายให้กระบวนการทั้งหมดได้ข้อสรุปที่เป็นรูปธรรม และสามารถนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายในระยะเวลาไม่เกิน 2 เดือนนับจากนี้