เศรษฐกิจมาเลเซีย Q1/2569 โต 5.3% ชะลอลงเล็กน้อย ท่ามกลางแรงกดดันเศรษฐกิจโลก
The Joint Standing Committee on Commerce, Industry and Banking
เศรษฐกิจมาเลเซียในไตรมาสแรกของปี 2569 ขยายตัว 5.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามตัวเลขประมาณการเบื้องต้นที่ประกาศเมื่อวันที่ 17 เมษายน สะท้อนการเติบโตที่ยังอยู่ในระดับแข็งแกร่ง แม้จะชะลอลงเล็กน้อยจากไตรมาสก่อนหน้า ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกที่ยังคงกดดันภาพรวม
สำนักงานสถิติของมาเลเซียระบุว่า การเติบโตในช่วงเดือนมกราคมถึงมีนาคมยังคงได้รับแรงสนับสนุนจากภาคเศรษฐกิจหลัก ได้แก่ ภาคการผลิต ภาคบริการ และภาคก่อสร้าง ซึ่งยังคงขยายตัวต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม โมเมนตัมโดยรวมของเศรษฐกิจเริ่มอ่อนแรงลงเมื่อเทียบกับช่วงปลายปี 2568 ที่มีการเร่งตัวอย่างชัดเจน
ในทางตรงกันข้าม ภาคเหมืองแร่และเหมืองหินกลับหดตัวลง 1.1% จากผลผลิตที่ลดลง โดยเฉพาะน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในภาคส่วนสำคัญของเศรษฐกิจมาเลเซีย การหดตัวดังกล่าวจึงเป็นปัจจัยหลักที่ฉุดรั้งอัตราการเติบโตในไตรมาสนี้
โมฮัมหมัด อูซีร์ มาฮิดิน หัวหน้าสำนักงานสถิติของมาเลเซีย ระบุว่า แม้เศรษฐกิจจะเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภายนอกที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะความผันผวนของราคาพลังงานจากความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ แต่พื้นฐานเศรษฐกิจของประเทศยังคงมีความแข็งแกร่ง และสามารถรองรับความผันผวนในระยะสั้นได้
ทั้งนี้ ตัวเลข GDP ไตรมาสแรกฉบับสมบูรณ์มีกำหนดเผยแพร่ในวันที่ 15 พฤษภาคม ซึ่งจะให้รายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับโครงสร้างการเติบโตมากขึ้น ขณะที่ธนาคารกลางมาเลเซียได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจปี 2569 ขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ในช่วง 4%–5% จากเดิมที่ประเมินไว้ที่ 4%–4.5%
แรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจมาเลเซียในปีนี้คาดว่าจะมาจากการบริโภคภาคครัวเรือนที่ยังคงแข็งแกร่ง การส่งออกที่มีแนวโน้มทรงตัว และการฟื้นตัวต่อเนื่องของภาคการท่องเที่ยว ซึ่งช่วยสนับสนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวม
เมื่อพิจารณาย้อนหลังไปในปี 2568 เศรษฐกิจมาเลเซียขยายตัว 5.2% สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยได้รับแรงหนุนจากมูลค่าการค้าและการลงทุนที่ทำสถิติสูงสุด ขณะที่ในไตรมาสสุดท้ายของปีเดียวกัน GDP เติบโตถึง 6.3% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี สะท้อนถึงแรงส่งทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งก่อนเข้าสู่ปี 2569
อย่างไรก็ตาม ธนาคารกลางมาเลเซียยังคงเตือนถึงความเสี่ยงสำคัญในระยะข้างหน้า โดยเฉพาะความไม่แน่นอนของห่วงโซ่อุปทานโลก และแนวโน้มราคาพลังงานที่ยังอยู่ในระดับสูงจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทั้งการเติบโตทางเศรษฐกิจและแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ
ด้านเงินเฟ้อ ล่าสุดดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนมีนาคมปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.7% เมื่อเทียบรายปี สอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ และเร่งตัวขึ้นจากระดับ 1.4% ในเดือนกุมภาพันธ์ สะท้อนแรงกดดันด้านราคาที่ยังอยู่ในระดับจำกัด แต่มีแนวโน้มขยับสูงขึ้นตามต้นทุนพลังงานและปัจจัยภายนอก
โดยสรุป แม้เศรษฐกิจมาเลเซียในไตรมาสแรกของปี 2569 จะชะลอตัวลงเล็กน้อยจากช่วงก่อนหน้า แต่ยังคงเติบโตในระดับที่น่าพอใจ ภายใต้แรงหนุนจากภาคเศรษฐกิจหลัก ขณะที่ความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในช่วงที่เหลือของปีนี้
